นักวิจัยพบว่าในอดีตเมื่อ 3 พัน 5 ร้อยล้านปีก่อน ดวงจันทร์เคยมีชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่นถึง 1.5 เท่าของชั้นบรรยากาศบนดาวอังคารในปัจจุบัน

ดวงจันทร์ในทุกวันนี้คือดาวที่แห้งแล้งตายซากไม่มีแม้กระทั่งชั้นบรรยากาศใดๆเหลืออยู่ แต่ในอดีตเมื่อ 3 พัน 5 ร้อยล้านปีที่แล้ว ด้วยปฏิกิริยาของภูเขาไฟในผิวดาวที่ยังร้อนระอุ ได้ปลดปล่อยก๊าซจำนวนมากจนก่อเกิดชั้นบรรยากาศบนดาวบริวารของโลกดวงนี้

จากผลวิจัยของ ดร. เดบร้า นีดแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟของดาวเคราะห์จากศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลของนาซาและทีมงาน ดวงจันทร์มีเมื่อ 3 พัน 9 ร้อยล้านปีจนถึงเมื่อ 1 พันล้านปีก่อนมีกิจกรรมของการปะทุลาวาจากใต้ผิวดาวอย่างต่อเนื่อง ปลดปล่อยก๊าซจำนวนมากออกมาโดยทีมงานสามารถตรวจพบได้จากหินบะซอลต์บนผิวดวงจันทร์ที่นำกลับมาที่โลกโดยนักบินอวกาศในโครงการอะพอลโลเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ที่เมื่อแยกองค์ประกอบออกมาก็พบส่วนประกอบของบรรยากาศในยุคโบราณบนดวงจันทร์ที่ประกอบด้วย คาร์บอนมอนอกไซด์ กำมะถันและไอน้ำ

แต่น่าเสียดาย ชั้นบรรยากาศบนดวงจันทร์คงสภาพอยู่ได้เพียงช่วงสั้นๆราว 70 ล้านปี ก็เริ่มสลายตัวสู่อวกาศด้วยเหตุที่ตัวดวงจันทร์เองมีแรงโน้มถ่วงต่ำ เมื่อปฏิกิริยาของลาวาเริ่มลดลง ไม่มีการเติมก๊าซใหม่ๆ ก๊าซเดิมในชั้นบรรยากาศก็จะหลุดลอยไปสู่อวกาศจนกลายเป็นความว่างเปล่า ณ ทุกวันนี้

ทีมงานยังต้องวิจัยต่อไปเพื่อค้นหาว่าน่าจะมีน้ำแข็งที่หลงเหลือจากไอน้ำในบรรยากาศโบราณบนดวงจันทร์เก็บไว้ที่ใดที่หนึ่งบนผิวดาวหรือไม่ หากโชคดีก็จะเป็นกุญแจสำคัญในการสำรวจครั้งต่อไป

ที่มา http://www.sci-news.com/space/moon-atmosphere-05346.html

เรียบเรียงโดย @MrVop