จำนวนของจุดดับบนดวงอาทิตย์นั้นจะเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด (มีจำนวนจุดดับปรากฏในช่วงเวลาหนึ่งๆมากที่สุด ตกราว 160 ถึง 200 จุด) แล้วลดลงถึงจุดต่ำสุด (เหลือ 2-3 จุดในช่วงเวลาหนึ่ง) เป็นรูปคลื่นซ้ำๆโดยจะครบการเพิ่มขึ้นสูงสุดและลดลงต่ำสุดของจำนวนจุดดับแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 11 ปี เราเรียกว่าวัจักรสุริยะ และในเวลานี้เราอยู่ในวัฏจักรสุริยะที่ 24 ซึ่งเริ่มนับวันแรกเมื่อ  4 มกราคม 2008 เป็นต้นมา

แต่ ณ วันนี้ คือ 20 มีนาคม 2017 ดวงอาทิตย์ได้ไร้การปรากฏของจุดดำหรือจุดดับ (SunSpot) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 14 ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดได้ง่ายๆ (ธรรมดาการไร้จุดดับ 3-4 วันก็แปลกแล้ว) และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่มีจำนวนของจุดดับรวมแล้วน้อยขนาดนี้ โดยครั้งล่าสุดเกิดไปเมื่อเดือนเมษายน 2010 ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นการลดจุดดับครั้งแรกหลังรอยต่อจากวัฏจักรสุริยะที่ 23 (ช่วงต่ำสุดเราเรียก Solar Minimum)

solar-cycle-sunspot-number

ดูเหมือนดวงอาทิตย์ในวัฏจักรสุริยะปัจจุบันกำลังจะเข้าสู่ Solar Minimum เร็วกว่ากำหนด เป็นผลให้วัฏจักรสุริยะที่ 24 นี้สิ้นสุดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็นด้วยเพราะราเพิ่จะมาถึงปีที่ 9 ของวัฏจักรสุริยะนี้

ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้ เอาจริงๆนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ เพราะช่วงอายุของดวงอาทิตย์ยาวนานเกินไปและเราเพิ่งจะมีการสังเกตจำนวนจุดดับมาไม่กี่ร้อยปี แต่ที่เป็นแน่ๆก่อนเลยคือจำนวนของพายุสุริยะลดลง CME ลดลง สารพัดอานุภาคมีประจุที่ดวงอาทิตย์จะสาดใส่โลกก็จะจดลง ดาวเทียมและการสื่อสารต่างๆก็จะปลอดภัย และพวกที่ชอบเอาปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์ไปโยงกับแผ่นดินไหวจะได้หมดเรื่องพูดตามไปด้วย โดยขณะที่ดวงอาทิตย์เงียบสงบหน้าใสไร้สิวอยู่นี้ ความเร็วและความดันของลมสุริยะที่พัดออกมาจากดวงอาทิตย์ไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ไม่งั้นรังสีคอสมิคแขกไม่ได้รับเชิญที่มีความอันตรายจากนอกระบบสุริยะจะมีโอกาสหลุดเข้ามาถึงระบบสุริยะชั้นในได้ นั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่

ส่วนเรื่องของ Solar Minimum นั้น มีบางท่านนำไปโยงกับ “ช่วงต่ำสุดของมอนเดอร์” หรือ Maunder Minimum ซึ่งเป็นช่วงที่จุดดับของดวงอาทิตย์ลดลงติดต่อกันยาวนานมากถึง 70 ปีติดๆกัน (ค.ศ. 1645-1715) ครอบคลุมช่วงเวลาที่อุณหภูมิของโลกมีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งหากเป็นแบบนั้นก็ต้องถือเป็นเรื่องดีที่ไปลดสภาพความร้อนของโลกจากสภาวะเรือนกระจกลงได้ เป็นการชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในเวลานี้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่างที่บอกว่าทุกอย่างยังไม่มีอะไรแน่นอน เรามีตัวอย่างข้อมูลในช่วงเวลาให้ศึกษาสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับอายุของดวงตะวัน ก็ต้องอาศัยสิ่งที่กำลังจะเกิดนี้เพือให้เข้าใจสภาพของโลกที่จะเกิดต่อไปในวันข้างหน้า

เรียบเรียงโดย @MrVop