ยุโรปปรับ Daylight Savings Time 1 ชั่วโมงในวันนี้ ทางอเมริการอปรับวันอาทิตย์หน้าคือ 5 พ.ย.

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 รัฐบาลอังกฤษประกาศปรับเวลาปีละ 2 ครั้ง โดยเชื่อว่าจะช่วยประหยัดการใช้พลังงานถ่านหินซึ่งเป็นทรัพยากรจำเป็นช่วงหลังสงคราม การปรับเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยปรับเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม และปรับเวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมงในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม

ซึงการปรับเวลาถอยหลังปี 2560 นี้ตรงกับวันนี้คือ 29 ตุลาคม

การปรับเวลาของวันนี้ มีผลทำให้ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นความคิดการใช้  Daylight Savings Time หรือที่ไทยเรียกว่า “เวลาออมแสง” นี้ กลับไปใช้เวลาเดียวกับ GMT หรือเวลามาตรฐานกรีนิช ซึ่งจะแตกต่างจากเมืองไทย 7 ชั่วโมง

หมายถึงตอนเที่ยงคืนเมื่อวานนี้ในอังกฤษ จะตรงกับ 6 โมงเช้าในไทย แต่มาวันนี้เที่ยงคืนจะตรงกับ 7 โมงเช้า

โดยมีคำเรียกให้จำง่ายๆมีความหมายแฝงคือ “Spring forward or Fall back” (เด้งไปข้างหน้าหรือรั้งท้าย) โดยเมื่อถึงฤดู Spring คือฤดูใบไม้ผลิก็ให้ Forward ไปข้างหน้านั่นคือปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง (ต่างจากไทย 6 ขั่วโมง) และใช้คำเรียกเวลาในช่วงนี้ว่า British Summer Time (BST)

ส่วน Fall back มาในความหมายของคำว่า Fall คือฤดูใบไม้ร่วง ก็ให้เรา Back นั่นคือปรับเวลาให้ช้าลง 1 ชั่วโมง  (ต่างจากไทย 7 ขั่วโมง) คือการกลับไปใช้เวลามาตราฐานกรีนิชตามปกติ (GMT) ซึ่งก็จะตรงกับเวลามารตฐานโลกนั่นคือ UTC (Universal Time Co-ordinated)

ส่วนในอเมริกานั้น การปรับเวลาออมแสงหรือ Daylight Savings Time  จะไม่ใช้วันเดียวกับของยุโรป อเมริกาใช้หลักการปรับเดินหน้าในวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 2 ของมีนาคม และปรับถอยหลังมาเป็นปกติในวันอาทิตย์ของสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในปีนี้ 2560 นี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.

ประเทศในซีกโลกใต้เช่นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ใช้มีเวลาเริ่มและสิ้นสุด Daylight Savings Time ที่แตกต่างออกไปอีก แต่ไม่ขอกล่าวในที่นี้

เรียบเรียงโดย @MrVop