วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) คือ รอบของการเปลี่ยนแปลงปริมาณ “จุดดับของดวงอาทิตย์ ” (Sunspot) สมัยนี้อาจเรียกจุดมืด หรือจุดดำ สำหรับวัฏจักรสุริยะหนึ่งๆ จะกินระยะเวลาโดยประมาณ 11 ปี ปริมาณของจุดดับนั้น ในช่วงต่ำสุด หรือ Solar Minimum อาจมีเพียง 2-3 จุด แต่ในช่วงที่มีมากที่สุด หรือช่วง  Solar Maximum อาจจะมากกว่า 160 จุดถึง 200 จุด

ในช่วงเริ่มวัฏจักร หรือ รอบ (cycle) ใหม่ จะมีปริมาณของจุดดับน้อย และก็จะมีปริมาณจุดดับเพิ่มขึ้น และมากที่สุดในช่วงกลางวัฏจักร และค่อยๆน้อยลงในช่วงปลายวัฏจักร ก่อนจะเริ่มนับรอบ (cycle ) ใหม่อีกครั้ง โดยในแต่ละวัฏจักรนั้น ขั้วแม่เหล็กเหนือใต้ของดวงอาทิตย์จะสลับกันไปเรื่อยๆอีกด้วย

วัฏจักรสุริยะปัจจุบันคือ วัฏจักรสุริยะที่ 24 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ธันวาคมปี 2008

ปริมาณของจุดดับได้ค่อยๆลดลงมาอย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2015 และเวลานี้ คือต้นปี 2018 (ลูกศรชี้ในภาพ) ปริมาณของจุดดับยังคงลดลงเรื่อยๆ หากเป็นไปตามลักษณะนี้ ปริมาณจุดดับน่าจะลดลงต่ำสุดในช่วงปลายปี 2019 เพื่อจะเริ่มต้นวัฏจักรสุริยะที่ 25 ต่อไปหลังจากนั้น โดยการประกาศการเริ่มวัฏจักรสุริยัใหม่ให้ยึดเอาช่วงที่ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์สลับเหนือใต้ ก็ถือเป็นวัฏจักรใหม่

การสิ้นสุดของ วัฏจักรสุริยะที่ 24  นี้ เร็วกว่าท่คาดไว้ กราฟนี้ออกมาเมื่อ 26 เม.ย.61 เส้นสีน้ำเงินในกราฟคือเส้นจริงที่ลดลงเร็วกว่าเส้นสีแดงตรงมุมขวาล่างของกราฟซึ่งเป็นเส้นที่ควรเป็นตามการคำนวน

อย่างไรก็ตาม วัฏจักรสุริยะที่อยู่ถัดกันอาจมีการเหลื่อมเวลาเล็กน้อย ซึ่งอาจนานถึงหนึ่งปี ดังนั้นแม้วัฏจักรใหม่จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่วัฏจักรที่ผ่านมาก็อาจยังไม่สิ้นสุดเสียทีเดียว ดังนั้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เราอาจพบจุดมืดที่มีขั้วแม่เหล็กแบบวัฏจักรที่แล้วปะปนอยู่ก็ได้

ผลที่มีต่อโลกเรานั้นเกิดตามปริมาณของจุดดับ ยิ่งมีมาก ดวงอาทิตย์ก็จะปะทุบ่อย อาจเกิดการลุกจ้า (Solar flare) การปลดปล่อย CME ก่อให้เกิดพายุสุริยะ มาจนถึงพายุแม่เหล็กโลก หากรุนแรงก็อ่าจทำให้ดาวเทียมเสียหาย เรดาร์ภาคพื้นไม่ทำงาน หรืออาจเกิดไฟฟ้าดับในประเทศแถบใกล้ขั้วโลก ยกตัวอย่างในปี 1989 ที่ทำให้ชาวควิเบกในแคนาดาไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลาถึง 6 วัน แต่ไม่มีผลต่อประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตร ไทยเราไม่ต้องกังวล

เรียบเรียงโดย @MrVop