ที่ชมรม Chiang Mai Maker Club มี 3D printer อยู่หลายตัว ซื้อมาบ้าง มีผู้ใจดีกรุณาบริจาคมาบ้าง แต่ทุกตัวเป็น 3D Printer แบบ FDM (Fused Deposition Modeling) ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อการค้าของ Stratasys ซึ่งเป็นผู้ถือครองสิทธิบัตรของวิธีการนี้มาตั้งแต่ปี 1989 และสิทธิบัตรดังกล่าวได้หมดอายุลงในปี 2009 ทำให้เกิดการผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบ FDM ออกมาอย่างแพร่หลาย และราคาลดลงจนซื้อหามาใช้กันได้ทั่วไป

 

การทำงานของเครื่องพิมพ์แบบ FDM คือดันเส้นพลาสติก (เช่น ABS หรือ PLA) ผ่านหัวความร้อนที่หลอมพลาสติกให้ละลาย ในขณะที่หัวความร้อนถูกควบคุมให้เคลื่อนที่ไปเป็นรูปที่ต้องการ พลาสติกก็จะถูกดันผ่านหัวความร้อน และเย็นลงติดกันเป็นวัตถุที่ละชั้นจนเป็นรูปร่างที่ต้องการ

 

และเมื่อสองวันก่อนมีชาวต่างชาติชื่อ Shaheem เข้ามาที่ชมรม บอกว่าจะยกเครื่อง 3D Printer แบบ DLP ให้ชมรมใช้ตัวนึง และวันต่อมาก็ยกมาให้ ทำให้ต้องมาศึกษากันว่าเจ้าเครื่องพิมพ์ DLP นี้ทำงานอย่างไร

เครื่อง DLP เป็นเครื่องที่ทำงานคล้ายกับแบบ Stereolithographic (SLA) ซึ่งใช้หลักว่าเมื่อ resin (ซึ่งเป็นของเหลว) โดนลำแสงเลเซอร์ จะทำให้แข็งตัวดังนั้นเมื่อใช้ฐานรอง แล้วยิ่งเลเซอร์ลงบนผิวของ resin แล้วลดระดับของฐานลงเรื่อยๆ ในขณะที่ยิงแสงเลเซอร์เป็นรูปต่างๆ resin ที่แข็งตัวทีละชั้นก็จะก่อตัวขึ้นเป็นวัตถุ

 

เครื่องพิมพ์แบบ DLP (Digital Light Processing) ทำงานคล้ายกับ Stereolithography โดยใช้สารโพลิเมอร์ไวแสงเหมือนกัน แต่ต่างที่แหล่งกำเนิดแสง DLP จะใช้แหล่งกำเนิดแสงปกติ ไม่ใช่เลเซอร์ เช่น Deformable Mirror Device (DMD) ที่ใช้ในเครื่องฉายภาพ (Projector) โดยฉายแสงเป็นรูปทีละชั้นลงบน resin โดยไม่ยิงกวาดแบบเลเซอร์ ทำให้ทำงานได้เร็ว

เครื่อง DLP ที่ได้มาเป็นเครื่องที่ระดมทุนใน Indiegogo ราคาไม่แพง และพิมพ์ได้ขนาดเล็ก เนื่องจาก projector ที่ใช้มีความละเอียดไม่มาก แต่ก็ทำได้ละเอียดกว่าเครื่องพิมพ์แบบ FDM มาก (ตัวที่ได้มาเป็นขนาด 50 ไมครอน แต่ผู้บริจาคได้ให้ชุดอุปกรณ์สำหรับดัดแปลงให้เป็นความละเอียด 25 ไมครอนมาด้วย)

ซึ่งเครื่อง DLP นี้เป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เรายังไม่เคยใช้กันใน Chiang Mai Maker Club จึงต้องเรียนรู้กันสักพัก แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อไป