นักดาราศาสตร์นำเอาภาพที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศชั้นนำหลายตัวมารวมกันเพื่อสร้างเป็นภาพเนบิวลาปูแบบใหม่ล่าสุดที่มีรายละเอียดมากมายกว่าที่เคยเห็นกันมา ภาพนี้ประกอบขึ้นจากภาพจากจานสายอากาศโทรทรรศน์วิทยุ Karl G. Jansky Very Large Array หรือ VLA กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ XMM-Newton ขององค์การอวกาศยุโรป

รูปถ่ายใหม่นี้จะดูแปลกตาแตกต่างจากภาพเดิมๆ กดดู ที่เผยแพร่กันทั่วไปค่อนข้างมาก ด้วยผลจากการรวมภาพใน 4 ย่านแสงเข้าด้วนกันคือย่านแสงที่ตามองเห็นได้หรือ Visible ย่านรังสีเอ็กซ์ ย่านอินฟราเรด และย่านคลื่นวิทยุ

เนบิวลาปู หรือ NGC 1952 อยู่ห่างจากโลก 6,500 ปีแสง (2 กิโลพาร์เซก) มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 11 ปีแสง (3.4 พาร์เซก) และขยายตัวในอัตรา 1,500 กิโลเมตรต่อวินาที เป็นซากที่หลงเหลือมาจากการระเบิดของดวงดาว หรือ มหานวดารา หรือ ซูเปอร์โนวา ในกลุ่มดาววัว ซึ่งแสงสว่างในขณะที่เกิดการระบิดได้รับการบันทึกโดยนักดาราศาสตร์ชาวจีนและชาวอาหรับใน พ.ศ. 1597 ว่ามีแสงสว่างอยู่นานหลายเดือนและสว่างจนมองเห็นได้แม้ในเวลากลางวัน ซึ่งต่อมาหลังจากกลายสภาพเป็นเนบิวลาแล้วก็ได้รับการสังเกตพบโดยจอห์น เบวิส ในปี พ.ศ. 2274 และได้รับการตั้งชื่อว่า ปู ตามรูปร่างของมันในปี พ.ศ. 2387 เพราะมีการวาดรูปโดยนักดาราศาสตร์ชาวไอริส วิลเลียม พาร์สันส์ เอิร์ลแห่งรอสส์ที่ 3 (William Parsons, 3rd Earl of Rosse)

ใจกลางของเนบิวลาปูที่เห็นเป็นแสงสว่างมากๆนั้นเป็นที่ตั้งของดาวนิวตรอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 28-30 กิโลเมตร ที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงถึง 30.2 รอบต่อวินาที และกวาดรังสีแกมมาไปรอบๆซึ่งเราเรียกเทหวัตถุแบบนี้ว่า “พัลซาร์” ซึ่งได้รับการตั้งชื่อต่อมาว่าพัลซาร์ PSR B0531+21

เนบิวลาปูเป็นหนึ่งในวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ในความสนใจนักดาราศาสตร์ทั่วโลกตลอดมาหลายร้อยปี และแม้ทุกวันนี้ก็มักจะมีผลการค้นพบในละเอียดใหม่ๆของเนบิวลานี้อยู่เสมอ

ที่มา http://www.sci-news.com/astronomy/new-view-crab-nebula-04858.html
เรียบเรียงโดย @MrVop