มะเร็งเต้านม หนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงไปมากมาย และยังสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่เนื้อเยื่อของเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อเป็นมะเร็งเต้านมได้ ในทุกๆปีจะมีผู้หญิงป่วยด้วยโรคนี้ถึง 1,500,000 คนทั่วโลกและมีผู้เสียชีวิตสูงถึง15% ของผู้ป่วยทั้งหมดดังนั้นเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติเกี่ยวกับเต้านม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจ็บเต้านม มีก้อนที่เต้านม มีแผลที่หัวนม หรือ มีน้ำไหลจากหัวนม มักจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าจะมีความผิดปกติในเต้านมหรือไม่ หรือแม้แต่ในคนที่ปกติ แต่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น เช่น อายุมากขึ้น ก็ควรที่จะทำการตรวจเต้านม เพราะหากสามารถพบความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การรักษาต่างๆ ก็จะไม่ยุ่งยาก และได้ผลดี

ในปัจจุบันการตรวจโรคมะเร็งเต้านมสามารถทำได้โดยการใช้เครื่องมือตรวจสอบด้วยเทคนิคทางรังสี ที่เรียกว่าเมมโมแกรม (memmograms) ซึ่งเป็นการตรวจหาโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง โดยจะมีการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมด้านละ 2 รูป หรืออาจเป็น 1 รูปแล้วแต่กรณี และนำฟิล์มเอกซเรย์ที่ออกมาตรวจสอบความผิดปกติภายในเต้านม เช่น ก้อนเนื้อหรือแม้แต่หินปูนขนาดเล็กที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งเต้านม แต่อย่างไรก็ตามการตรวจด้วยเมมโมแกรมนั้น ก็ไม่แม่นยำเสมอไป เพราะในบางครั้งผู้ที่ดูฟิล์มเอกซเรย์ หรือการถ่ายภาพเมมโมแกรมที่ไม่ดีอาจทำให้ไม่สามารถตรวจพบโรคได้ทำให้การวินิจฉัยโรคมีผิดไปจากที่ควรเป็น ส่งผลให้เกิดการรักษาที่ผิดพลาดและสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยมากมาย ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวทีมนักวิจัยจาก MIT จึงได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการตรวจหาโรคมะเร็งเต้านม

โดย AI ดังกล่าวได้รับมอบมาจาก Harvard Medical School and Massachusetts General Hospital ซึ่งออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคเพื่อให้ได้ความแม่นยำที่มากขึ้น และลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ โดยมันสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ผิดๆได้ถึง 30% เลยทีเดียว โดยหลักการทำงานของ AI ดังกล่าวจะเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยซึ่งได้แก่ ข้อมูลการเกิดโรคของคนในครอบครัว การตรวจสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อ ผลการตรวจพยาธิ รูปแบบการเจ็บป่วย และข้อมูลจำเป็นอื่นๆอีกมากมายเพื่อนำมาวินิจฉัยโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม โดยจากการทดลองใช้ AI ในผู้ทดลองจำนวน 335 คน พบว่ามีความสามารถในการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง มีความแม่นยำสูงถึง 97% และด้วยตัวเลขดังกล่าวจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้

แต่อย่างไรก็ตาม การที่เรานำ AI เข้ามาใช้งานไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะหมดหน้าที่ในส่วนนั้นๆไป เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่มนุษย์แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้มนุษย์ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น และลดความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นให้น้อยลง เพราะข้อมูลต่างๆที่ AI ได้รับมานั้นย่อมต้องมีมนุษย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆเป็นผู้ป้อนข้อมูลและกระบวนการคิดให้กับมันนั่นเอง

ที่มา http://www.iflscience.com/technology/ai-detects-breast-cancer-risk-97-percent-success-rate/
เรียบเรียงโดย @MrVop