พบหลักฐานแรดไซบีเรีย (ชื่อวิทยาศาสตร์ Elasmotherium Sibiricum) เพิ่งสูญพันธุ์ไปไม่นาน

แรดไซบีเรีย หรือที่เรียกกันว่า “ยูนิคอร์น” จากลักษณะเขาอันใหญ่โตบนหน้าผากของมันจนมีคนสันนิษฐานว่าอาจเป็นที่มาของวรรณกรรมเทพปกรณัมที่ได้เขียนบรรยายถึงสัตว์คล้ายม้ามีเขายาวซึ่งน่าจะมีการดัดแปลงรูปรา่งให้ดูสวยงามจากตัวจริงที่บึกบึนแข็งแรง

แรดไซบีเรียมีขนาดร่างกายใหญ่โตมาก มันมีน้ำหนักได้มากถึง 5 ตัน ยาวได้เกือบ 6 เมตรและเฉพาะเขาอันโดดเด่นบนศรีษะนั้นก็งอกยาวได้ถึง 1,5 เมตร ปรากฏบนโลกเราเมื่อราว 2 ล้าน 5 แสนปีมาแล้ว และเคยคิดกันไว้ว่ามันได้สูญพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 3 แสน 5 หมื่นปีก่อน ดังนั้น สัตว์ยักษ์นี้กับมนุษย์เราจึงน่าจะไม่เคยพบกัน

แต่หลักฐานใหม่ล่าสุดกลับแตกต่างออกไป ล่าสุดวานนี้ (30 มี.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงหลักฐานที่ชีว่า Elasmotherium Sibiricum เพิ่งสูญพันธุ์ไปได้ไม่นาน ซึ่งช่วงเวลาที่มันยังเดินหากินอยู่บนโบกน่าจะเป็นยุคเดียวกันกับมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ผลวิจัยนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร American Journal of Applied Science อธิบายการค้นพบซากฟอสซิลส่วนกะโหลกศีรษะยูนิคอร์นไซบีเรีย ที่ประเทศคาซัคสถาน ฟอสซิลนี้อยู่ในสภาพดีมาก และจากผลการตรวจสอบอายุของซากนี้ด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี ชี้ว่ามันมีอายุราว 29,000 ปี นั่นคือสมัยเดียวกับมนุษย์เราในยุคน้ำแข็ง ถ้าเป็นเช่นนี้ มันก็หมายถึงวา่ เรากับสัตว์ยักษ์นี้น่าจะเคยพบเห็นกันมาก่อน

ไม่แน่ว่าภาพวาดตามผนังถ้าอาจมีรูปเจ้าเขายาวนี้อยู่และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนสร้างเรื่อง “ยูนิคอร์น” เล่าสืบต่อกันมา

อ้างอิง http://blogs.discovermagazine.com/d-brief/2016/03/29/unicorn-siberia-humans/#.Vvxyw1V97IV
เครดิตภาพ วิกิพีเดีย
เรียบเรียงโดย @MrVop