เรากำลังเข้าสู่ ยุคที่ 3 ของโลกไอที (Third Era of IT) มาดูกันว่าแต่ละยุคเค้าแบ่งกันยังไง…

ยุคแรกเป็นยุคของเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่ๆ ตัวเดียวทำทุกอย่าง (storage, ccompute, netwoking, application) ยุคนี้คอมพิวเตอร์ยังเป็นเรื่องของหน่วยงานรัฐหรือเอกชนขนาดใหญ่เท่านั้น ใช้ช่วยงานประมวลผลข้อมูลขององค์กร

พอมาถึงยุคที่สอง ก็คือยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเฟื่องฟู จึงเกิด data center สมัยใหม่ขึ้นมา เราเริ่มแยก storage, compute, networking และ application ออกจากกันชัดเจนขึ้น การส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครื่องมีมากขึ้น มีการพัฒนา network ให้มีประสิทธิภาพสูง และเติบโตขึ้นมากในยุคที่ smart device ได้รับความนิยมมากขึ้น

ตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สาม ที่อุปกรณ์อีกมากมายเข้าสู่การ communication ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา, แว่นตา, กล้อง, อุปกรณ์ออกกำลังกาย, smart device, เรื่อยไปจนถึงบรรดา Internet of Thing ต่างๆที่ใช้ใน Home Automation และ Smart Car รวมทั้ง เครื่องครัว ทีวี ประตูบ้าน ไฟแสงสว่าง สวิทช์ ทีวี ฯลฯ

ความต้องการของ bandwidth และ storage กำลังโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดขึ้นของ Big Data ในเวลาเดียวกัน ยิ่งผลักดันให้ความต้องการสองสิ่งนี้พุ่งสูงขึ้นไปอีก จนบริษัทซีเกตเองออกมาประมาณการณ์ว่า อีกไม่กี่ปี storage ในโลกนี้อาจจะโตไม่ทันกับความต้องการแล้ว รูปแบบของ Data Center กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

รูปแบบของ App ก็จะเปลี่ยนไป กลายเป็น App ที่ต้องทำงานในบริบทที่ต่ำกว่า data เปลี่ยนจาก app สร้างและแสดง data กลายเป็น data จะผลักให้เกิด app จำนวนมากเพื่อ consume data เหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อน app จองตั๋วเครื่องบิน ก็ทำหน้าที่จองตั๋วเครื่องบินจากระบบใหญ่ แต่พอเราขุด Big Data ของราคาตั๋วออกมาได้ ก็เกิด App มากมายที่ใช้ data นั้นในแง่มุมแตกต่างกัน ภายใต้ business model ที่หลากหลายมากขึ้น… และ data เหล่านี้ยิ่งวันก็ยิ่งออกมามากขึ้น

by : Jimmy