อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกขึ้นไปสูงสุดในปี 2015 ตามคำประกาศร่วมของ 2 สถาบัน คือ  NASA และ NOAA

อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดในสถิติที่บันทึกกันมานับตั้งแต่ปี ค.ศ.1880 ตามคำยืนยันขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯหรือ NASA และ องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งสหรัฐฯ หรือ NOAA

โดยทาง NASA วัดอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกที่เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ได้ 0.13°C ส่วนทาง NOAA วัดได้ 0.16°C

ดูเหมือนตัวเลขไม่เยอะ แต่ความจริงคืออุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิด 2 ปีติดกันกับปี 2014

หนึ่งในสาเหตุร่วมที่ทำให้ปี 2015 ทำสถิติขนาดนี้ คือการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยกิดมานับจากปี 1997 (ในปี 1998 โลกก็มีอุณภูมิเฉลี่ยพุ่งขึ้นแบบนี้หลังปี 1997 ที่เป็นปีเอลนีโญ) แต่สาเหตุที่ NASA กับ NOAA พยายามเตือนเราก็คือ ผลของโลกร้อนที่เกิดโดยฝีมือมนุษย์

การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกแบบนี้ มาพร้อมกับสภาพความแปรปรวนต่างๆของบรรยากาศซึ่งตามมาด้วยภัยพิบัติต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นคลื่นความร้อนในอินเดียที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนกว่า 2500 คน สภาพแล้งสาหัสในหลายพื้นที่ของโลก (รวมทั้งไทยเราด้วย) การเกิดปะการังฟอกขาว การเกิดหน้าหนาวที่ไม่หนาวในหลายประเทศ (รวมทั้งไทยเราด้วย ที่มีประกาศการเข้าหน้าหนาวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 22 ตุลาคมแต่อากาศยังคงไม่หนาวจนล่วงเข้าเดือนธันวา) ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น ฝนหนักและน้ำท่วมในหลายประเทศ และอื่นๆ

ที่ยังต้องจับตาดู ก็คือปีนี้ 2016 ยังเป็นปีที่นักวิชาการทำนายตรงกันว่าจะเป็นปีที่ร้อนยิ่งกว่าปี 2015  นั่นแปลว่าร้อนเป็นปีที่ 3 นับจาก 2014 ในลักษณะร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการคาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญก็ยังดำเนินต่อไปในช่วง 6 เดือนแรกของปี

แน่นอนว่ามนุษยชาติจะต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายจากภัยธรรมชาติกันอีกมากหากอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกยังดำเนินไปในแนวทางนี้

อ้างอิง http://www.nasa.gov/press-release/nasa-noaa-analyses-reveal-record-shattering-global-warm-temperatures-in-2015
http://motherboard.vice.com/read/2015-was-the-hottest-year-on-record-by-a-huge-margin
เรียบเรียงโดย @MrVop