ช่วงนี้ของปี ดาวอังคารจะเข้าสู่ต่ำแหน่งที่เรียกว่า “Mars solar conjunction” ตำแหน่งของดาวอังคารจะอยู่คนละด้านตรงข้ามกับโลกโดยมีดวงอาทิตย์ขั้นกลาง

ณ จุดนี้ การสื่อสารระหว่างโลกกับดาวอังคารทุกชนิดจะถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ต้องรอจนกว่าดาวเคราะห์ทั้งสองจะโคจรพ้นมุมบังของดวงอาทิตย์ จึงจะมองเห็นกันและเริ่มติดต่อสื่อสารกันได้อีกครั้ง

สื่อสารกับใคร ? บนผิวดาวอังคารมียานโรเวอร์ทำงานอยู่เช่น ยานคิวริออซิตี้ ที่จะคอยส่งข้อมูลการขุด้คร่องรอยแหล่งน้ำโบราณบนดาวอังคารกลับมาโลกเป็นระยะ รอบดาวอังคารก็มียานอวกาศโคจรอยู่อีกหลายลำทำหน้าที่ถ่ายภาพและเก็บข้อมูลอื่นๆ

เมื่อบ่ายวานนี้ ยาน SDO ตรวจพบการปะทุพ่นมวลสารร้อน หรือ CME (Coronal Mass Ejection) ออกจากจุดดับหมายเลข 2665 บนดวงอาทิตย์ ไปในทิศทางตรงข้ามกับโลก นั่นคือมุ่งตรงไปที่ดาวอังคารนั่นเอง

หากเป็นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน จุดดับ 2665 จะหันมาทางโลกเรา (ดวงอาทิตย์หมุนรอบตัวเอง) หากปะทุ CME เวลานั้น มวลสารร้อนนี้ก็จะปะทะกับเกราะสนามแม่เหล็กของโลกเกิดเป็นแสงออโรราสวยงาม (แสงเหนือ) ให้ผู้คนในประเทศแถบละติจูดสูงๆใกล้ขั้วโลกได้ชม โดยไม่เกิดอันตราย

แต่ดาวแดงแตกต่างจากโลกเนื่องจากไม่มีสนามแม่เหล็กคอยป้องกัน ปฏิกิริยาทุกชนิดจากดวงอาทิตย์จะส่งผลร้ายกับดาวอังคารโดยตรง CME จะกระชากแก้สบางส่วนจากบรรยาอากาศที่เบาบางของดาวอังคารออกไปสู่อวกาศ (บรรยาอากาสดาวอังคารน้อยลงเรือยๆเพราะไม่มีสนา่มแม่เหล็กคอยป้องกันนุภาคต่างๆจากดวงอาทิตย์) และตรงไปส่งผลถึงผิวดาวอังคาร ซึ่งหากยังมีแหล่งน้ำก็คงเหือดแห้งไปด้วยเหตุนี้

โขคดีที่ยานคิวริออซิตี้มีะ “สมอง” หรือ AI ให้มันสามารถหลบภัยแม้ไม่มีการควบคุมจากโลก หุ่นยนต์จะเก็บแผงโซลาร์เซลและพับกล้องรวมทั้งอุปกรณ์บอบบางไว้ด้านในตัวถัง รอจนพายุสุริยะผ่านพ้นไปจึงกางออกมาใช้งานอีกครั้ง

มนุษย์ชาติในอนาคตที่จะไปตั้งรกรากบนดาวอังคารก็ต้องระวัง 2 เรื่องนี้ คือการขาดการติดต่อสื่อสารกับดาวแม่เป็นช่วงเวลาหนึ่งและการป้องกันตัวเองจากรังสีอันตรายของดวงอาทิตย์และอวกาศรอบนอก

ที่มา https://astroengine.com/2017/07/23/the-sun-just-unleashed-a-massive-explosion-at-mars/

เรียบเรียงโดย @MrVop