ยานสำรวจ Insight ออกเดินทางจากโลกเป็นที่เรียบร้อยจากฐานยิงแวนเดนเบิร์กเมื่อ 18:05 วานนี้ตามเวลาในประเทศไทย จากนี้ไป ยานจะใช้เวลา 6 เดือนเศษในการเดินทางไปดาวอังคาร

ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สงสัยมานานกำลังจะได้รับคำตอบ เราทราบแล้วว่า แกนกลางโลกและดวงจันทร์ของเรานั้นประกอบด้วยชั้นแมนเทิล ชั้นโลหะเหลว และโลหะแข็ง แต่สำหรับดาวอังคาร เราไม่แน่ใจว่าที่แกนกลางของดาวมีลักษณะแบบไหน เป็นโลหะแข็งล้วนๆ หรือมีโลหะเหลวหุ้มอยู่ ทั้งนี้เราจะหาคำตอบด้วยการใช้ “คลื่นแผ่นดินไหว” สะท้อนลงไปและกลับขึ้นมา ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่ใช้ค้นหาส่วนประกอบของใจกลางโลกเราเอง ด้วยการวัดความเร็วของคลื่นแผ่นดินไหวชนิดต่างๆที่เดินทางมาไม่พร้อมกัน เวลาที่หักลบไปก็จะบอกเราถึงขนาดของส่วนต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นแกนดาว ทั้งนี้เครื่อวมือ SEIS ของยาน Insight สามารถตรวจวัดความสั้นไหวได้ละเอียดมาก เพียงแต่รอให้มีอุกกาบาตลูกเล็กตกลงบริเวณใดบริเวณหนึ่งบนดาวอังคาร ซึ่งมันจะมีตกลงมาประจำ  แรงสั่นสะเทือนจะสร้างคลื่นแผ่นดินไหวที่มีความเร็วแตกต่างกันหลายคลื่นเดินทางลึกลงไปในแกนกลางของดาวแล้วสะท้อนขึ้นลงกับเปลือกดาวด้านใน จากนั้น Insight ก็จะวัดผลต่อไปให้เราทราบ

นอกจากน้ Insight ก็จะฝังแท่งวัดอุณหภูมิยาว 5 เมตรชื่อ HP3 ลงไปในผิวดาวอังคารเพื่อวัดค่าของพลังงานความร้อนที่แผ่ออกมาในระดับความลึกต่างๆกัน ในการนี้ก็จะบอกเราได้ถึงส่วนประกอบทางธรณีวิทยาของชั้นดินและหินของเปลือกดาวย้อยไปถึงจุดกำเนิดของมัน

_101176829_mars_radio_science_640-nc-

Insight ยังมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า RISE (รูปล่างสุด) เพื่อช่วยยืนยันว่าแกนกลางดาวอังคารเป็นของเหลวหรือของแข็งล้วนๆหรือไม่ โดยเครื่องมือจะส่งสัญาณไปกลับจากโลกถึงดาวอังคารเพื่อหาค่าการแกว่งตัวของขั้วเหนือของดาว ยิ่งแกว่างมากเท่าใดก็แสดงว่าแกนดาวมีความเป็นของเหลวมากเท่านั้น

นอกจากนี้ Insight ยังมีอุปกรณ์อื่นๆอีกที่ต้องใช้เวลาติดตั้งนานถึง 2 เดือนในการสำรวจทางธรณีวิทยาอื่นๆ หลังจากการทำงานของ Insight เสร็จสมบูรณ์ เราจะรู้จักดาวอังคารมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ขอบคุณรูปประกอบจาก JAME TURTLE KEANE สถาบัน CALTECH (ทวิตเตอร์ @jtuttlekeane)

เรียบเรียงโดย @MrVop