ลาก่อน โรเซ็ตตา

ภาพบนที่ท่านเห็น คือภาพถ่ายจากระยะห่าง 51 เมตร ภาพสุดท้ายที่ส่งมาจากยานอวกาศโรเซ็ตตาขององค์การอวกาศยุโรป ที่ส่งไปโคจรเพื่อสังเกตการรอบดาวหาง 67P/ชูริวมอฟ-เกราซิเมนโก (Churyumov-Gerasimenko) มานาน 2 ปี  และได้พุ่งเข้าชนดาวหางเมื่อเวลา่ 18:19 ตามเวลาในประเทศไทยเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.59)

โรเซ็ตตาเคยส่งยานลูกที่ชื่อ “ฟิเล” (Philae) ไปลงจอดบนดาวหาง 67P มาแล้วเมื่อวันที่ 12 พ.ย.57 แต่ยานฟิเลไปจอดในมุมอับมีหินใหญ่บนดาวหางบังอยู่ทำให้ไม่สามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์มาเติมเซลเชื้อเพลิง ยานจึงหยุดทำงานไปหลังลงจอดได้ราว 60 ชั่วโมง แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติที่ส่งยานไปลงจอดบนผิวดาวหางได้สำเร็จ และ ESA ได้ประโยชน์จากการรู้ความจริงที่ฟิเลส่งมาให้ว่าหากดาวหางพุ่งเข้าสู่บรรยากาศโลก มันไม่ได้พาน้ำมาให้เรา ที่มากับดาวหางในอดีตนั้น คือกรดอะมิโน

rosetta_impact-16

แต่ภารกิจสุดท้ายนี้ต่างออกไป ยานโรเซ็ตต้าไม่ได้ถูกออกแบบมาแบบยานฟิเล โรเซตตาไม่มีขา ไม่มีสมอ ไม่ได้สร้างมาเพื่อลงจอด แต่เป็นการพุ่งเข้าโหม่งผิวดาวหางตามธรรมเนียมเวลายานอวกาศต่างๆที่ส่งไปจากโลกหมดอายุลง โรเซ็ตตาพุ่งเข้าชนดาวหางด้วยความนุ่มนวลที่ความเร็วเพียง 3.24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และได้อาศัยจังหวะที่กำลังจะสิ้นชีพ เก็บข้อมูล ถ่ายภาพ ในระยะประชิดเพื่อส่งกลับมาโลก ซึ่งทีมงานต้องใช้เวลาอีกช่วงใหญ่ในการแปลข้อมูลที่ได้จากการสละชีพของโรเซ็ตตานี้

หลังเดินทางจากโลกนานกว่า 10 ปีท่องอวกาศเป็นระยะทางไกลกว่า 6 พันล้านกิโลเมตร วันนี้ก็มาถึง …ลาก่อนโรเซ็ตตา

 

อ้างอิง http://www.esa.int/Our_Activities/Space_Science/Rosetta/Mission_complete_Rosetta_s_journey_ends_in_daring_descent_to_comet
เรียบเรียงโดย @MrVop