ยานอวกาศแคสินี ที่วงโคจรรอบดาวเสาร์ ตรวจพบฝุ่นผงที่เดินทางมาจากนอกระบบดาวของเรา

ยานแคสสินี หนึ่งในยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์ที่ทำงานได้ผลมากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา  หน้าที่หลักคือการเก็บสารพันข้อมูลของดาวเสาร์และบริวาร ตั้งแต่ภาพถ่ายไปจนถึงการเวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเศษฝุ่นอวกาศที่ตรวจจับได้ แคสสินีเดินทางถึงดาวเสาร์ในปี พ.ซ. 2551 หลังจากปล่อยยานฮอยเกนส์ลงสู่ผิวของดวงจันทร์ไททัน ก็ได้โคจรถ่ายภาพ วัดค่ารังสี สนามแม่เหล็ก ลักษณะของเศษหินฝุ่นน้ำแข็งต่าง และส่งข้อมูลที่มีค่ามากมายนี้กลับมาให้นักวิทยาศาสตร์บนโลก

ท่ามกลางฝุ่นผงจำนวนมากมายนับล้านที่โคจรอยู่รอบดาวเสาร์  ล่าสุดนางตรวจพบฝุ่นผงไม่ได่รับเชิญจำนวน 36 เม็ดจากที่เดินทางมาจากต่างระบบดาว ที่แคสสินีแยกแยะได้ว่าฝุ่นไหนมาจากในระบบหรือนอกระบบ ก็ด้วยทิศทางของฝุ่นที่พุ่งมาด้วยความเร็วมหาศาลถึง 72,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วระดับนี้ทำให้ฝุ่นทั้ง 36 เม็ดนี้เดินทางเป็นเส้นตรงไม่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ใดๆดึงดูดไว้ แคสสินีวิเคราะห์ธาตุที่ประกอบขึ้นมาเป็นฝุ่นแปลกหน้าพวกนี้ ซึ่งทางนักดาราศาสตร์ตั้งชื่อว่า “ฝุ่นคอสมิค” พบว่ามีส่วนประกอบของแมกนิเซียม ซิลิกิน เหล็กและแคลเซียม ฝุ่นคอสมิคเหล่านี้ ทีมนีักวิจัยเชื่อวา่มีต้นกำเนิดมาจากดาวฤกษ์ดวงอื่นขณะที่ดับสลาย และได้สาดกระจายฝุ่นที่มีองค์ประกอบเป็นธาตุที่หนักกว่าฮีเลียมไปโดยรอบ บางส่วนได้เดินทางตรงมาทางระบบสุริยะขอเรา ซึ่งแน่นอน ฝุ่นพวกนี้มีอายุเก่าแก่มาก แต่ก็เป็นประโยชน์ที่เราจะได้รู้ได้เห็นสิ่งที่อยู่ไกลแสนไกลโดยไม่ต้องเสียเวลานับหมื่นปีเดินทางไปสำรวจ

แคสสนีมีกำหนดที่จะทำงานต่อไปจนหมดพลังงาน จากนั้นจะพุ่งลงไปจบชีวิตในบรรยากาศดาวเสาร์ โดยอาศัยช่วงก่อนจะดับสลายเก็บองค์ประกอบของดาวเสาร์มาให้เราทราบ

อ้างอิง http://www.jpl.nasa.gov/news/news.php?feature=6421
เรียบเรียงโดย @MrVop