ยานเมสเซนเจอร์  จากชื่อย่อ MErcury Surface, Space ENvironment, GEochemistry, and Ranging และยังตั้งชื่อเลียนหน้าที่ของเทพแห่งดาวพุธหรือเทพเมอคิวรี ซึ่งมีหน้าที่ “ผู้นำสาร” กำลังจะจบภารกิจโดยการพุ่งลงชนผิวดาว

ยานเมสเซนเจอร์ ยานอวกาศขององค์การนาซา ที่ส่งขึ้นจากพื้นโลกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2547 มีเป้าหมายเพื่อสำรวจพื้นผิวของดาวพุธ และได้เข้าสูวงโคจรของดาวพุธเมื่อ 18 มีนาคม พ.ศ.2554 เวลา 08:00 ตามเวลาในประเทศไทย ถือเป็นยานลำที่ 2 ของโลกที่ไปเยือนดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะดวงนี้ ตามหลังยานลำแรกคือ  ยานมาริเนอร์ 10 ซึ่งสิ้นสุดภารกิจไปตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2518 ถึง 40 ปี

หลังจากทำการโคจรรอบดาวพุธ ส่งข้อมูลสำคัญมา 6 ปีเศษ ซึ่งถือว่าทำงานคุ้มค่ามาก เนื่องจากในครั้งแรก นาซาคาดว่าเมสเซนเจอร์จะมีอายุใช้งานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายเนื่องจากโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก โดยเฉพาะฝั่งกลางวันของผิวดาวพุธก็มีอุณห๓มิสูงถึง 600 °C เข้าไปแล้ว แต่เมสเซนเจอร์ก็ยังคงส่งข้อมูลสำคัญๆกลับมาได้ อาทิเช่น การพบน้ำแข็งในหลุมบนก้อนหินในฝั่งที่ไม่ถูกแสงอาทิตย์อขงดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งนำความประหลาดใจมาให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเป็นอย่างมาก การส่งภาพถ่ายที่ชัดเจนให้เรารู้ถึงสีที่แท้จริงของดาวพุธว่าเป็นเทา การพบสารประกอบบนผิวดาว การวัดขนาดสนามแม่เหล็ก ฯลฯ

บัดนี้พลังงานของยานเมสเซนเจอร์ได้หมดสิ้นลงแล้ว ทางศูนย์ควบคุมยานจึงตัดสินใจส่งคำสั่งให้ยานเมสเซนเจอร์ซึ่งอ่อนกำลังลงเรื่อยๆปรับวงโคจรลงชนผิวดาวพุธ ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 30 เมษายน นี้ ด้วยความเร็วในการพุ่งชน 3.91 กม./วินาที โดยจะเข้าชนในฝั่งด้านกลางวันของดาว ซึ่งมองไม่เห็นจากกล้องบนโลก และถึงแม้ยานลำนี้จะจบสิ้นไป ข้อมูลมหาศาลที่ส่งมา 6 ปีเศษก็เพียงพอให้นักวิทยาศาตร์วิเคราะห์ไปอีกนาน

ลาก่อนยานเมสเซนเจอร์