ยานแฝด BepiColombo เตรียมเดินทางสำรวจดาวพุธ

ยานแฝด “BepiColombo” ที่ตั้งชื่อตามนักคณิตศาสตร์-ดาราศาสตร์ ศาสตราจารย์ Giuseppe ‘Bepi’ Colombo ชาวอิตาลี ได้ฤกษ์ออกจากโลกเดือนตุลาคม 2561

เลื่อนไป 6 เดือนจากกำหนดการเดิมคือเมษายน 2561 จากเหตุขัดข้องของระบบจ่ายพลังงานของโมดูล MTM หรือ Mercury Transfer Module  ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวขับดันโมดูลแฝด MPO ขององค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA และโมดูล MMO หรือ Mercury Magnetospheric Orbiter ขององค์การอวกาศญี่ปุ่นหรือ JAXA

การเลื่อนกำหนดการแบบนี้ ทำให้ระยะเวลาเดินทางไปดาวพุธทอดยาวออกไปเป็น 7.2 ปี นั่นคือจะไปถึงดาวพุธในปี 2568 ช้ากว่าที่ตั้งใจไว้เดิม 1 ปี เนื่องจากโลกและดาวพุธโคจรห่างกันออกไปจากตำแหน่งเดิมที่คำนวนไว้

ยานแฝดนี้จะออกจากโลกโดยจรวด Ariane ที่ฐานยิงในเฟรนช์เกียนา หลังขึ้นไปสู่อวกาศและจะมีโมดูลขับดันให้โคจรรอบโลกเพื่อทำสลิงช็อตไปหาดาวศุกร์ระหว่างนั้นโมดูลขับดัน MTM จะรับหน้าที่เป็นตัวส่งแรงยานอวกาศไปข้างหน้า โดยจะมีการโยนกลับจากดาวศุกร์มาที่โลกและกลับไปหาดาวศุกร์อีกรอบเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหรือสลิงช็อตไปหาดาวพุธ วิธีนี้จะเป็นการประหยัดพลังงานยานมากกว่าที่จะเดินทางจากโลกตรงไปหาดาวพุธเลย

เมื่อไปถึงโมดูล MTM ก็หมดหน้าที่และแยกตัวออกไป โมดูลแฝดของยุโรปและญี่ปุ่นก็จะแยกตัวออกจากกันเพื่อทำ Inertion เข้าวงโคจรรอบดาวพุธในแนวขั้วสู่ขั้ว โดยแยกเป็น 2 วงโคจรตามหน้าที่ของยานแต่ละลำ โครงการมีกำนหดเบื้องต้น 1 ปี หาดยานไม่เป้นอันตรายและมีพลังงานเหลือพอก็จะต่ออายุโครงการไปอีก 1 ปี

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์หินดวงเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ในระยะใกล้ที่สุดและมีสนามแม่เหล็กเหมือนโลก  อุปกรณ์ของยาน  “BepiColombo” ต้องพบกับความร้อนไม่ต่ำกว่า 350°C แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะทีมงานได้เตรียมเกราะกันความร้อนไว้หลายชั้นและหลายระบบเพื่อให้อุปกรณ์จำนวน 11 ชิ้นที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพพื้นผิว วัดความสูง สำรวจบรรยากาศ ของยาน MPO และอุปกรณ์จำนวน 5 ชิ้นของยาน MMO ที่ทำหน้าที่สำรวจสนามแม่เหล็กตามแนวขั้วดาว สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

หวังว่าโครงการมูลค่าเรวมเกือบสองพันล้านยูโรนี้ จะได้ข้อมูลดาวพุธมาอย่างคุ้มค่า

http://sci.esa.int/bepicolombo/58591-bepicolombo-launch-rescheduled-for-october-2018/

เรียบเรียงโดย @MrVop