ฟ้ายามค่ำคืน มีดาวเพียงดวงเดียวที่สว่างไสวรองจากดวงจันทร์ สามารถมองเห็นเด่นชัดด้วยตาเปล่า นั่นคือดาวศุกร์ แต่ทราบไหมว่า ดาวศุกร์ที่ตาเราเห็นกลมๆนั้น จริงๆแล้วหากส่องกล้องดู มันจะปรากฏเป็นเสี้ยวตลอดเวลา

CGX-2x_WoAAd0GE

 

ปี 2558 นี้เป็นปีที่โดดเด่นของดาวศุกร์ โดยเฉพาะช่วงต้นปลายเดือนมิถุนายนต่อเนื่องต้นเดือนกรฏาคมที่ผ่านมา ดาวศุกร์ปรากฏเคียงคู่ดาวพฤหัสบนฟากฟ้าหัวค่ำ ใกล้กันจนน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะวันที่ 1 กรฏาคมนั้น ระยะห่างของทั้ง 2 ดวงแค่ 0.4 องศาเท่านั้น

ดาวศุกร์เป็นดาวที่สว่างที่สุดบนฟ้าที่เราสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ถ้าเห็นตอนหัวค่ำ แปลว่าทิศนั้นคือตะวันตก คนโบราณเรียกดาวศุกร์ช่วงหัวค่ำว่า “ดาวประจำเมือง” พอตกดึกๆก็จะลับขอบฟ้าหายไป

หากเห็นดาวศุกร์ปรากฏในท้องฟ้าเวลาเช้ามืด แสดงว่านั่นคือทิศตะวันออก คนโบราณเรียกดาวศุกร์ช่วงเช้าว่า “ดาวประกายพรึก” หรือ “ดาวรุ่ง”

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์วงใน โคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ดังนั้น เมื่อดาวศุกร์เต็มดวง ก็แปลว่ามันจะอ้อมไปเต็มดวงหลังดวงอาทิตย์เสมอ ทำให้เรามองไม่เห็น พอออกจากหลังดวงอาทิตย์ มันก็จะเริ่มมีลักษณะแหว่งไปทีละน้อยๆ และเริ่มเป็นเสี้ยวมากขึ้นเมื่อโคจรอ้อมมาด้านหน้าดวงอาทิตย์ด้านที่อยู่ใกล้โลก สุดท้ายก็จะมา “แรม” คือเป็นเงาดำเมื่อโคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์และเริ่มกลายเป็นเสี้ยวบางๆอีกครั้งเมื่อโคจรออกไป

ดาวศุกร์มีขนาดใกล้เคียงโลกมาก จนทางฝรั่งถือว่าดาวศุกร์เป็นน้องสาวของโลก และที่แปลกกว่าใคนั่นคือดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่โคจรกลับด้าน นั่นคือหมุนรอบตัวเองสวนทางกับดาวเคราะห์ดวงอื่นทั้งหมด ดังนั้นถ้าเราอยู่บนดาวศุกร์ เราจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตก (แต่ขอกระซิบว่าดาวศุกร์เป็นดาวที่อันตรายที่สุด อากาศมีแต่พิษกำมะถัน อีกทั้งร้อนกว่า 4 ร้อยองศา หมดสิทธิ์ฝันว่าจะย้ายไปนอนเล่น คนเราจึงมุ่งไปดาวอังคารกันหมด)

เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล

ขอบคุณภาพจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย
เรียบเรียงโดย @MrVop