มหาพิระมิดแห่งกีซ่า หนึ่งในพีระมิดที่มีขนาดใหญ่โตที่สุดด้วยอายุกว่า 4,600 ปี ทำให้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนอกจากความยิ่งใหญ่ของ พิระมิดแล้ว ปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างหินขนาดมหึมาเองก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกหันมาทำการศึกษามัน จนเมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบความมหัศจรรย์ของรูปทรงพีระมิดที่มีความสามารถในการรวบรวมพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้

จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ รูปทรงพิระมิดฐานสี่เหลี่ยมของมหาพิระมิดมีความสามารถในการขยายสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้มีพลังงานมากขึ้นและกักเก็บเอาไว้ได้ โดยอาศัยการสั่นพ้องของคลื่น (resonance) ที่เมื่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเดินทางมากระทบพิระมิด พิระมิดจะสั่นด้วยความถี่เดียวกับคลื่นที่ส่งมาแต่ให้ค่าความสูญของสัญญาณคลื่นที่มากกว่าออกไป จากการคำนวนของนักวิทยาศาสตร์พบว่าความลับที่ทำให้เกิดการสั่นพ้องที่นำไปสู่การขยายสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจเกิดจากโครงสร้างภายในของพิระมิดที่มีความสลับซับซ้อนที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบ ซึ่งส่งผลถึงสมบัติทางกายภาพของพิระมิดที่นอกจากจะสามารถขยายสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้แล้ว ยังสามารถกักเก็บพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเอาไว้ได้ในส่วนยอดของพิระมิดอีกด้วย  โดยถ้าหากนักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจหลักการทำงานของพิระมิดได้อย่างครบถ้วน ก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบโครงสร้างในระดับนาโนที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆได้

แม้ว่าจะผ่านมานานหลายพันปี แต่มหาพิระมิดแห่งกิซาก็ยังคงเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างความพิศวงให้กับนักวิทยาศาสตร์มานานหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นวิธีในการสร้าง การออกแบบ ห้องลับจำนวนมากภายในพิระมิด หรือแม้แต่ความสามารถในการขยายสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่นักวิทยาศาสตร์พึ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ว่าเหตุใดคนอิยิปต์โบราณถึงได้สร้างสิ่งก่อสร้างที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้ขึ้นมาด้วยวิทยาการในสมัยนั้นได้

ที่มา iflscience.com
เรียบเรียงโดย @MrVop