ทีมวิจัยจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (GUMC) ในสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาปฏิกิริยาของรังสีคอสมิกต่อสิ่งมีชีวิตหลังทำการทดลองกับหนูซึ่งได้ผลออกมาน่าตกใจว่า หนูกลุ่มแรกที่ถูกอาบด้วยอนุภาคไอออนหนักของธาตุเหล็ก ซึ่งปกติจะพบในรังสีคอสมิกในอวกาศ เปรียบเทียบกับหนูกลุ่มที่สองที่ได้รับเฉพาะรังสีแกมมา ผลปรากฏว่าหนูทดลองกลุ่มแรกไม่สามารถดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ และเกิดก้อนเนื้อมะเร็งในระบบทางเดินอาหารขึ้นภายในเวลาไม่นาน

แตกต่างจากการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่บนผิวดวงจันทร์ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่วันก็จบสิ้นภารกิจ การเดินทางเป็นเวลานานหลายเดือนเพื่อปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศลึก เช่นการเดินทางไปสู่ดาวอังคารนั้น มีความเสี่ยงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตกับนักบินอวกาศสูงมาก ด้วยผลของอนุภาคไอออนหนักในรังสีคอสมิกจากอวกาศห้วงลึกที่จะเข้าทำลายระบบทางเดินอาหารของพวกเขาจนเสียหายไม่อาจรักษาหรือฟื้นฟูได้อีก เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในระบบทางเดินอาหารจะถูกไอออนหนักของธาตุหนักเช่นเหล็กและซิลิคอนซึ่งมีอยู่ในรังสีคอสมิกเข้าปะทะตลอดเวลาที่กำลังเดินทาง และที่สำคัญคือเทคโนโลยีทุกวันนี้ยังไม่สามารถสร้างโล่หรือเกราะห่อหุ้มยานที่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของรังสีคอสมิกอย่างได้ผล

ทางเลือกอื่นคือการพัฒนายาต้านผลกระทบไม่พึงประสงค์นี้ เพื่อลดผลกระทบจากไอออนธาตุหนักต่อระบบทางเดินอาหารของคนเราที่มีการผลัดเซลล์เนื้อเยื่อชั้นบนออกและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนทุกๆวงรอบ 3-5 วัน เพราะหากกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ถูกรบกวนเซลที่เกิดขึ้นมาก็จะกลายเป็นเซลมะเร็ง แต่ยาต้านผลกระทบลักษณะนี้อาจต้องใช้เวลาศึกษาวิจัยอีกนานกว่าจะใช้ได้จริงกับมนุษย์

นี่เป็นผลเฉพาะที่เกิดกับระบบทางเดินอาหาร นักวิจัยเชื่อว่ารังสีคอสมิกน่าจะมีผลร้ายกับอวัยวะอื่นๆของนักบินอวกาศอย่างแน่นอนเพียงแต่ยังไม่ได้ทดสอบเพิ่มเติม

ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับความฝันในนำกลุ่มมนุษย์การออกเดินทางจากโลกไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร เพราะบนดาวแดงนั้นก็ไม่มีสนามแม่เหล็กซึ่งเป็นเกราะป้องกันรังสีคอสมิกที่ได้ผลที่สุดเหมือนที่โลกเรามี

อ้างอิง gumc.georgetown.edu/news/
เครดิตภาพประกอบ pbs.org
เรียบเรียงโดย @MrVop