ช่วงวันที่ 10 กันยนยน 2561 โลกมีพายุหมุนเขตร้อน 8 ลูกที่เกิดก่อนหลังไม่พร้อมกันแต่ยังไม่สลายตัว ได้แก่ พายุโซนร้อนนอร์แมน พายุเฮอริเคนโอลิเวีย พายุโซนร้อนพอล ทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก พายุเฮอริเคนเฮเลน พายุโซนร้อนไอแซค พายุเฮอริเคนฟลอนเรนซ์ ในมหาสมุทรแอคแลนติก พายุไต้ฝุ่นมังคุด พายุดีเปรสชัน 27W ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก กลายเป็นข่าวลือชิ้นหนึ่งในโซเชียลมีเดียที่เอาหย่อมความกดอากาศต่ำอีก 2 หย่อมคือ 91W และ 95L ไปรวมแล้วแชร์กันผิดๆว่ามีพายุ 10 ลูกเกิดพร้อมกัน ซึ่งไม่ถูกต้อง

การมีพายุหมุนเขตร้อน 8 ลูกที่เกิดก่อนหลังไม่พร้อมกันแต่ยังไม่สลายตัว เป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดมาก่อนแล้วในอดีต ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษที่จะมีความหมายไปในทางที่ว่าจำนวนพายุมากขึ้นแต่อย่างใด

แต่ที่แน่ๆคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกเป็นเหตุให้ภาวะฝนตกหนักเกิดบ่อยขึ้น ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นทำให้มีการระเหยของน้ำไปสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น เเละอากาศที่อุ่นขึ้นสามารถเก็กกักน้ำได้ในปริมาณมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดพายุหมุนเขตร้อนระดับซูปเปอร์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ที่เกิดไปแล้วคือ ซูปเปอร์ไต้ฝุ่น “มังคุด” พายุหมุนเขตร้อนที่ทรงพลังที่สุดของปีนี้ ในเวลาเดียวกันก็เกิดพายุเฮอริเคนระดับ 4 “ฟลอเรนซ์” (เกือบจะเป็นซูปเปอร์เฮอริเคน) ในแอตแลนติกด้วย

ประมาณว่า ครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำฝนจากพายุเฮอร์ริเคนที่ตกในจุดที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุด เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งข้อนี้ต้องรอผลวิจัยมายืนยันอีกครั้ง

แต่ที่ไม่ต้องรอคือความร่วมมือกันในการลดสภาพโลกร้อน ที่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นผลดีกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย @MrVop