นักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยตะวันตกเฉียงใต้ (SwRI) ในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ พบว่าดาวพลูโตมีต้นกำเนิดแตกต่างจากดาวเคราะห์รวมถึงดาวเคราะห์แคระดวงอื่นในระบบสุริยะโดยสิ้นเชิง

แทนที่จะก่อตัวจากเนบิวลาดาวเคราะห์เหมือนสมาชิกอื่นในระบบสุริยะ ดาวพลูโต กลับเกิดจากการรงมตัวกันขึ้นมาของ “ดาวหาง” จำนวนมากมาย  เพราะเมื่อเทียบผลวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของดาวพลูโตจากยานสำรวจนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) กับองค์ประกอบของดาวหาง  67พี/ชูริวมอฟ-เกราซิเมนโก ที่ได้จากยานอวกาศโรเซตตา (Rosetta) ผลปรากฏว่ามีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปริมาณไนโตรเจนที่สูงจนเป็นจุดเด่น

เมื่อคำนวนดูพบว่ามวลของดาวพลูโตพอๆกับมวลดาวกหางมากถึง 1 พันล้านดวงรวมกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดตั้งแต่ช่วงหลังการก่อตัวของระบบสุริยะดำเนินไประยะหนึ่งแล้ว ฝุ่นน้ำแข็งจากต้นกำเนิดดาวหางบริเวณแถบเมฆออร์ตและแถบไคเปอร์ได้เกิดรวมกันที่จุดๆหนึ่ง ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นทรงกลมเพราะสมดุลไฮโดรสแตติก

พูดง่ายๆ ดาวพลูโตก็ไม่ต่างจากเป็ฯสุสานดาวหางหรือเป็นดาวหางยักษ์ดวงหนึ่งนั่นเอง แต่สมมุติฐานนี้ต้องรอ วันที่ 1 มกราคม 2019 เมื่อยานนิวฮอไรซันส์ จะบินผ่านดาวเคราะห์น้อย MU69ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัตถุในแถบไคเปอร์ที่อาจช่วยให้เราเข้าใจดาวพลูโตมากขึ้นกว่านี้

การศึกษาครั้งนี้ ตีพิมพ์ผลงานลงในวารสาร Icarus

เรียบเรียงโดย @MrVop