พลาสติกสามารถแพร่กระจายเข้าไปในธรรมชาติได้ผ่านห่วงโซ่อาหาร

ยุง หนึ่งในแมลงดูดเลือดตัวร้ายที่ใครๆต่างก็รู้จักเป็นอย่างดีนั้น มีวงจรชีวิตทั้งหมด 4 ขั้นตอนได้แก่ ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง และยุงโตเต็มไว ซึ่งตัวอ่อนของยุงอย่างลูกน้ำนั้นจะใช้ชีวิตอยู่ในน้ำและกินอาหารจำพวกแบคทีเรีย โปรโตซัว ยีสต์ สาหร่าย และพืชน้ำที่มีขนาดเล็กที่มันหาได้เข้าไป แต่ถ้าหากในแหล่งน้ำที่มีตัวอ่อนของยุงอาศัยอยู่นั้นมีการปนเปื้อนของขยะพลาสติกอยู่ ลูกน้ำก็จะกินพลาสติกเหล่านั้นเข้าไป ซึ่งจากการศึกษาล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์พบว่าการกินพลาสติกเข้าไปของตัวอ่อนยุงรวมถึงตัวอ่อนของแมลงปอที่อยู่ในน้ำ สามารถทำให้ขยะพลาสติกสามารถแพร่กระจายเข้าไปในสิ่งแวดล้อมผ่านทางห่วงโซ่อาหารได้

จากการศึกษาของทีมนักวิจัยจาก University of Reading ในสหราชอาณาจักร พบว่าหลังจากที่ลูกน้ำกินขยะพลาสติกที่มีขนาดเล็กเข้าไปและมีการเจริญเติบโตไปเป็นยุงตัวเต็มไว เมื่อมีนกหรือสิ่งมีชีวิตอื่นมากินยุงเหล่านั้นพลาสติกที่เคยอยู่ในร่างกายยุงก็จะถูกถ่ายโอนเข้าไปในร่างกายของนก และเมื่อนกมีการขับถ่ายหรือถูกนักล่าที่มีอยู่ในธรรมชาติกินเข้าไป ขยะพลาสติกเหล่านั้นก็จะถูกถ่ายโอนต่อไปเรื่อยๆตามห่วงโซ่อาหาร รวมถึงปลาที่กินลูกน้ำหรือตัวโม่งที่มีขยะพลาสติกในร่างกายก็สามารถแพร่กระจายขยะพลาสติกออกสู่ธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในการทดสอบแนวคิดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเลี้ยงลูกน้ำของยุงไว้เป็นหนึ่ง โดยมีการควบคุมชนิดของอาหารที่ให้รวมถึงมีการให้อาหารที่มีการปนเปื้อนของขยะพลาสติกด้วย จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะทำการสุ่มตัวอย่างของลูกน้ำและยุงโตเต็มไวที่พัฒนามาจากลูกน้ำเหล่านี้มาตรวจสอบ และพบว่ามีการปนเปื้อนของพลาสติกในร่างกายของยุงทั้งสองช่วงอายุ นอกจากนั้นแล้วยังพบพลาสติกปนเปื้อนในร่างกายของสัตว์ที่กินยุงเหล่านี้เข้าไปด้วย

ผลจากการศึกษาในครั้งนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่านอกจากยุงจะเป็นพาหะของโรคแล้วยังสามารถเป็นพาหะในการแพร่กระจายขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปนเปื้อนของขยะพลาสติกที่มีมากขึ้นในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ที่มา newscientist.com
เรียบเรียงโดย @MrVop