ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออริกอนสเตทของสหรัฐฯ นำโดย ดร. โรเบิร์ต โอมัลลีย์ ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวย้อนไปในอดีตตลอด 44 ปีที่ผ่านมา และพบว่าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 6.5 ขึ้นไป มักมีแนวโน้มที่จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.0 หรือรุนแรงกว่าตามมาในอีกฝั่งหนึ่งของโลกในรัศมี 30 องศา (องศาละประมาณ 111 กิโลเมตร) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 2-3 วันให้หลัง

ในแผนที่จะอธิบายผลวิจัยที่ได้มา เหตุการณ์แผ่นดินไหว M>=6.5 ครั้งแรกจะแทนด้วยวงแดงเล็ก ซึ่งจะกระตุ้นโดยไม่ทราบสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด M>=5.0 ในฝั่งตรงข้ามซีกโลกในเขตวงกลมแดงใหญ่ (รัสมี 30องศา) โดยจุดที่เกิดแผ่นดินไหวจะแทนที่ด้วยจุดเขียวเล็กซึ่งจะเกิดภายใน 3 วัน และหากมีแผ่นดินไหว M>=6.5 ครั้งที่สองจะแทนด้วยวงน้ำเงินเล็ก จุดดำเล็กแทนแผ่นดินไหวทีไม่เกี่ยวกับผลวิจัยนี้

ในภาพ  (a) เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งเดียว เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2010 ที่ประเทศชิลี มีขนาด M8.8 และก่อให้เกิดแผ่นดินไหว M>=5.0 จำนวน 10 ครั้งในแถบเอชีย

ในภาพ  (b)  เกิดแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้ง ครั้งแรกคือขนาด M7.6 ที่หมู่เกาะโซโลมอนเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2014 ครั้งที่ 2 คือขนาด M6.8 ใกล้ขั้วโลกใต้ ทั้งสองคร้้งห่างกัน 5.5 วัน

ในภาพ (c) หากแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งเกิดในเวลาแและบริเวณใกล้กัน มันจะกระตุ้นแผ่นดินไหวในอีกซีกโลกในพื้นที่ๆอินเตอร์เซ็กกัน เช่นในภาพ c เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศชิลีเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2007 ขนาด M7.7 และ M6.8  ก็จะส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว M>=5.0 แุถบอินโดนีเชียตามมาในพื้นที่ๆวงกลมแดงและน้ำเงินซ้อนทับหรืออินเตอร์เซ็กกัน

ในภาพ (d) เป็นแบบเดียวกับภาพ (c) แผ่นดินไหวใหญ่ในรัสเซียวันที่ 2 ก.พ.1975 ขนาด  M7.6  และ  M7.0 ก็จะส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหว M>=5.0 ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ตามมาในพื้นที่ๆวงกลมแดงและน้ำเงินซ้อนทับหรืออินเตอร์เซ็กกัน

ในภาพ (e,f) หากแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรกกระตุ้นแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่  2 ขึ้นมาได้ นแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่  2 ก็จะกระตุ้นเป็นลูกโซ่ให้กลับมาเกิดแผ่นดินไหวในรัศมี 30 องศาของแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรก ในภาพ (e) คือแผ่นดินไหวใหญ่ M7.6 ในนิคารากัวเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 1992 ตามมาด้วย M6.7 ในอินโดนีเชียไม่กี่วันถัดมา และในภาพ (f) เริ่มจาก M7.7 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2002 ในอินโดนีเชียตามมาด้วย  M6.9 ในบราซิลไม่กี่วันถัดมา

ทีมวิจัยได้ตีพิมพ์เรื่องดังกล่าวลงในวารสาร Nature Scientific Reports 
เรียบเรียงโดย @MrVop