สาเหตุหนึ่งที่ไวรัสร้ายไม่หายสนิท เพราะมันซ่อนตัวได้นานหลายเดือนในอสุจิแม้ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการป่วยใดๆแล้ว

ดอกเตอร์ Nathalie Broutet แห่ง WHO หรือ องค์การอนามัยโลกเปิดเผยหลักฐานการทดสอบหาเชื่้อไวรัสอีโบลา จากร่างกายของอาสาสมัครชาย 93 คน ที่เคยป่วยและได้รับการรักษาจนหายจากโรคนี้แล้ว เพื่อสังเกตระยะเวลาการคงอยู่ของเชื้อไวรัสอีโบล่าในน้ำอสุจิ และพบว่าเชื้อร้ายนี้สามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำอสุจิของอดีตผู้ป่วยได้นานถึง 9 เดือน ทำให้มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่คู่นอน แต่การทดลองนี้ยังไม่ได้ทดสอบการแพร่เชื้อว่าเชื้อไวรัสที่หลบซ่อนในอสุจินานหลายเดือนจะมีความสามารถในการแพร่เท่ากับเชื้อไวรัสในสภาพใหม่ๆได้หรือไม่ แต่จากผลการศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสอีโบล่ายังคงอยู่ในอสุจิของอดีตผู้ติดเชื้ออีโบล่านานกว่าที่คาดเอาไว้ในตอนแรกมาก แม้ความเข้มข้นของเชื้อไวรัสได้ลดลงเป็นลำดับขั้นในเดือนท้ายๆ

จากการวิจัยพบว่าปริมาณเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีมากที่สุดในช่วง 3 เดือนแรกในน้ำอสุจิหลังจากผู้ป่วยชายนั้นหายจากโรค และปริมาณจะลดลงมาอย่างฮวบฮาบภายใน 6 เดือนหลัง พอหลังจาก 9 เดือนก็ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว

การทดลองนี้ชี้ว่าในช่วง 9 เดือนแรกหลังจากหายป่วย อดีตผู้ป่วยชายยังควรต้องใช้ถุงยางอนามัยกับคู่นอนของตนทุกครั้ง

อ้างอิง http://news.discovery.com/earth/ebola-can-persist-in-semen-for-9-months-151016.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop