วงแหวนดาวเสาร์คือจานฝุ่นขนาดมหึมา แต่พื้นที่ว่างของวงแหวนในสุด กลับไม่มีฝุ่นเลย

ทีมงานที่ควบคุมยานแคสสินี พบเรื่องน่าประหลาดใจระหว่างภาระกิจเสี่ยงตายดำดิ่งเฉียดยอดเมฆของดาวเสาร์เมื่อ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐฯ เมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังที่ยานส่งมาให้ พบว่า ช่องว่างขนาดกว้าง 2,000 กม. ระหว่างวงแหวนวงในสุดกับตัวดาวเสาร์ เป็นอวกาศที่ว่างเปล่าแทบหาฝุ่นผงไม่ได้เลย ขัดแย้งกับตัววงแหวน ที่อุดมไปด้วยฝุ่น

ภาระกิจเสี่ยงตายเมื่อเชื้อเพลิง RTGs ที่คอยจ่ายไฟฟ้าให้ยานแคสสินีมายาวนานถึง 20 ปีใกล้หมดพลัง ยานได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องเสี่ยงๆคือบินตัดแนววงแหวนจากบนลงล่าง โดยรอบแรกบินผ่านขอบนอกสุด จากนั้นก็บินแทรกเข้าไปผ่านขอบวงในสุด

ระหว่างที่กำลังบินผ่านช่องว่างด้านในนั้น ด้วยความกลัวยานจะพังเพราะความเร็วยานในเวลานั้นที่ถูกเหวี่ยงด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวเสาร์คือ 121,000 กม./ชม. ฝุ่นที่พุ่งเข้ามาหายานด้วยความเร็วสูงขนาดนั้นมีสิทธิ์ทำให้เครื่องมืออันละเอียดอ่อนอย่างเสาอากาศ RPWS  เสียหายได้ ทีมงานเลยสั่งให้ยานหันด้านที่เป็นจานสายอากาศกว้าง 4 เมตร (เหมือนจานดาวเทียมตามบ้าน) ที่ปกติจะส่องกลับมายังโลกให้เป็นฝั่งด้านหน้าแทนโดยหวังว่าจะใช้เป็นเกราะกำบัง

ปรากฏว่าเมื่อยานรอดตายจากผ่านการเฉียดดาวเสาร์ และได้ปรับมุมยานอีกครั้งเพื่อส่งสัญญาณภาพและอื่นๆที่ถ่ายไว้ระหว่างช่วงวิกฤตกลับมายังโลก ทีมงานก็พบเรื่องประหลาดใจ

ข้อมูลที่ยานเก็บได้ระหว่างการดำดิ่งผ่านช่องว่าง เมื่อแปลงกับเป็นสัญญาณเสียง (ลองกดฟังดูตามคลิปล่าง) เทียบกับเมื่อครั้งผ่านขอบของวงแหวนด้านนอก (คลิปด้านบน) จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อนุภาคขนาดจิ๋วก่อให้เกิดเสียงเหมือนลูกเห็บตกใส่กระจกรถจำนวนนับพันเม็ดต่อวินาทีในคลิปบน กลับเงียบสนิทมีแต่เสียงซ่า และมีเสียงกระทบเหลือแค่ 2-3 เม็กต่อวินาทีในคลิปล่าง ปริมาณเท่านี้ถือได้ว่า ช่องว่างระหว่างดาวเสาร์กับวงแหวนในสุดเป็นอวกาศที่ว่างเปล่าอย่างน่าแปลกใจ ทั้งที่น่าจะมีฝุ่นในปริมาณที่มากพอๆกัน

images

แคสสินียังต้องโคจรผ่านวงแหวนดาวเสาร์ในลักษณะนี้อีก 21 รอบ รอบต่อไปอาจไม่ต้องหันจานวงกลมไปด้านหน้า ทำให้สามารถสื่อสารกับโลกได้ตามปกติ และเราอาจได้ข้อมูลดีๆและหาเหตุผลได้ว่าทำไมอวกาศตรงนั้นถึงว่างเปล่าปานนั้น

ที่มา http://www.sci-news.com/space/dust-free-region-saturn-rings-04825.html
เรียบเรียงโดย @MrVop