นักดาราศาสตร์พบว่า ดาวเคราะห์น้อยรูปทรงแท่งยาวที่มาจากนอกระบบสุริยะ “โอมัวมัว” มีการหมุนรอบตัวเองแบบหกคะเมนตีลังกาแบบไร้ทิศทาง ฟ้องว่าในอดีตของมันต้องพบกับการกระแทกอย่างรุนแรง

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แห่งเมืองเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์เหนือ นำทีมโดยดร.เวส เฟรเซอร์  ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาลงในวารสาร Nature Astronomy ระบุว่าจากการเฝ้าติดตามสังเกตความเคลื่อนไหวของดาวเคราะห์น้อยแท่งยาวที่มาจากนอกระบบสุริยะ “โอมัวมัว”  พบว่าดาวเคราะห์น้อยชือดังดวงนี้ มีลักษณะการหมุนรอบตัวเองที่ประหลาดแตกต่างไปจากดาวเคราะห์น้อยทั่วไป ซึ่งมักจะมีคาบการหมุนสม่ำเสมอรอบแกนการหมุนแกนใดแกนหนึ่ง แต่กับเจ้าแท่งหินยาวนี้ มันหมุนมั่วหาแกนไม่เจอ ทางทีมงานคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่ในอดีตดาวเคราะห์น้อยดวงนี้คงจะกระแทกกับอะไรสักอย่างด้วยความรุนแรงจนแกนการหมุนของมันพลิกตะแคงไร้ระเบียบ และจากการคำนวน “โอมัวมัว” คงต้องหมุนกลิ้งแบบนี้ไปอีกอย่างน้อยเป็นพันล้านปีกว่าจะกลับมาหมุนรอบแกนเดียวตามปกติดังวัตถุอวกาศอื่นโดยทั่วไป

41550_2018_398_Fig1_HTML

ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ ตรวจพบโดยหอดูดาว Pan-STARRS เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 60  โดยพบว่าเคลื่อนเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในในมุมเกือบตั้งฉากกับระบบโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ เมื่อลองคำนวนค่าความเยื้องศูนย์กลางของวงโคจรหรือ Orbital eccentricity พบว่ามันเป็นวัตถุแปลกปลอมจากระบบสุริยะอื่น จึงกลายเป็นข่าวดังไปในหลายวงการว่าอาจเป็นสิ่งที่อารยธรรมอื่นส่งมา อาจเป็นยานเอเลียน ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างสนใจศึกษาแขกผู้มาเยื่อนจากแดนไกลนี้ ก่อนที่มันจะจากเราไปตลอดกาล เนื่องจากโอมัวมัวเวลานี้กำลังเดินทางห่างออกจากระบบสุริยะไปด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันจะอยู่เหนือวงโคจรเนปจูนในปี 2022 จากนั้นจะเดินทางห่างออกไปเรื่อยๆในทิศทางของหมู่ดาวเปกกาซัสหรือม้าบินโดยไม่กลับมาหาเราอีก

เรียบเรียงโดย @MrVop