หลักฐานสำคัญยีนยันว่า งูไม้ได้เกิดมาไร้ขาแต่แรก

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพอร์ทส์เมาท์ (Portsmouth) นำโดยดอกเตอร์ เดฟ มาร์ทิล (Dr Dave Martill) ได้ค้นพบซากฟอสซิลอายุ 110 ล้านปีในสมัยครีเตเชียส ในประเทศบราซิล เป็นฟอสซิลบรรพบุรุษของงู ซึ่งมีขาครบ 4 ข้าง

ทีมงานตั้งชื่อบรรพบุรุษงูนี้ว่า Tetrapodophis amplectus โดยจากการศึกษาพบว่า งูโบราณตัวนี้ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และขนาดของมันค่อนข้างเล็กมาก มีความยาววัดจากส่วนหัวถึงเท้า 20 ซม. ขนาดของส่วนหัวประมาณเท่าเล็บนิ้วมือของเราและส่วนปลายสุดของหางมีขนาดเล็กราวหนึ่งในสี่ของมิลลิเมตรเท่านั้น แต่ฟอสซิลนี้กลับมีสภาพสวยงามสมบูรณ์มาก มันมีขาสี่ข้างครบ นั่นหมายถึงขาหน้าและขาหลังอย่างละ 1 คู่ โดยที่มีนิ้วมือและนิ้วเท้าชัดเจนด้วย

both_hind_legs_p1220577_55b2028c2ac49

ขาหน้าทั้ง 2 ข้างมีความยาวเพียง 1 ซม. แต่กลับพบส่วนของข้อศอก ท่อนแขน ข้อมือ และส่วนของมือซึ่งมีขนาดยาวเพียง 5 มม.เท่านั้น ในส่วนของขาหลังนั้นมีขนาดใหญ่และยาวกว่าขาหน้าเล็กน้อย

ด้วยลักษณะของนิ้วที่มีความยาวโดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือ และขนาดที่ค่อนข้างเล็กของขาทั้งสี่ ทีมงานเชื่อว่าขาของงูโบราณที่พบนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการเดินหรือปีนป่าย แต่ดูเหมือนจะใช้ในการจับตัวเหยื่อให้แน่นขณะกิน หรือใช้จับร่างกายของงูอีกตัวขณะผสมพันธุ์ ทางด้านการเคลื่อนที่นั้นก็ใช้วิธี “เลื้อย” ไปแบบเดียวกับงูทุกวันนี้

ในซากฟอสซิลที่พบนี้ยังมีส่วนของอาหารที่มันกินเข้าไปเป็นมื้อสุดท้ายอยู่บริเวณกระเพาะอาหารด้วย ซากอาหารนี้ดูคล้ายตัวซาลาแมนเดอร์โบราณ แสดงให้เห็นชัดเจนว่างูเป็นสัตว์ที่ล่าสัตว์อื่นและกินเนื้อเป็นอาหารมาแต่แรก

เพื่อป้องกันการสับสน ทีมงานระบุวิธีการสังเกตฟอสซิลนี้ว่าเป็นงูโบราณโดยไม่มีทางไปะปนกับกิ้งก่าชนิดอื่นๆอย่างแน่นอน ใช้หลักการสังเกตจากส่วนของลำตัวที่ยาวกว่าส่วนหาง ซึ่งกิ้งก่าจะไม่มีลักษณะแบบนี้ การจัดเรียงลักษณะของซี่ฟัน รวมทั้งลักษณะของกรามล่างก็เป็นแบบเดียวกับงูในยุคปัจจุบัน ส่วนของกระดูกซี่โครงบริเวณท้องก็เป็นแบบงูไม่ใช่แบบกิ้งก่า

เจ้างู Tetrapodophis นี้น่าจะอาศัยอยู่แถบริมทะเลสาบน้ำเค็มที่ซึ่งมีพุ่มไม้เตี้ยๆแบบป่าละเมาะในพื้นดินที่ค่อนไปทางแห้งแล้ง จับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหรือสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กกว่ากินเป็นอาหารและพยายามหลบเลี่ยงการล่าจากไดโดเนสาร์หรือพวกนักล่ามีปีกอย่าง  pterosaurs ซึ่งก็มีชุกชุมแถบนั้นด้วย ซึ่ง ณ เวลานั้น ทวีปอเมริกาใต้และแอฟฟริกายังไม่แยกตัวออกจากกัน ยังคงเชื่อมติดกันเป็นทวีปใหญ่ที่มีชื่อว่า Gondwana ซึ่งทำให้เราอาจพบซากฟอสซิลของมันได้ทั้งในแอฟฟริกาและอเมริกาใต้ปัจจุบัน

 

อ้างอิง Dave Martill et al. A four-legged snake from the Early Cretaceous of Gondwana. Science, July 2015 DOI: 10.1126/science.aac5672
http://www.sciencedaily.com/releases/2015/07/150723140142.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop