ปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะของเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotic Resistant) กำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก มีเชื้อระดับที่เรียกว่า ซุปเปอร์บั๊ก ปรากฏขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ เชื้อพวกนี้ฆ่าไม่ตายด้วยยาทุกขนานเท่าที่มีในปัจจุบัน แบคทีเรียพวกนี้กลายพันธุ์หรือไม่ก็ส่งต่อยีนในการต้านยาให้แก่กัน ทำให้แบคทีเรียรุ่นหลังๆพัฒนาตัวเองจนต่อสู้กับยาได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายถึงโลกกำลังเข้าสู่ยุค หลังยาปฏิชีวนะ (Post-antibiotic era) หรือยุคไร้ยา คือติดเชื้อขึ้นมาก็คงตายลูกเดียว เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียได้เองเหมือนไวรัส การผ่าตัดต่างๆ อาทิ ไส้ติ่ง เปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนหรือปลูกถ่ายอวัยะ รวมถึงการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดไม่สามารถทำได้ เพราะต้องอาศัยยาฆ่าเชื้อในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อ เมื่อผ่าตัดไม่ได้เพราะไม่มียาฆ่าเชื้อ โรคอื่นๆก็รักษาไม่ได้ไปด้วย

หนทางยังไม่มืดมนเสียทีเดียว เมื่อมีคนนึกขึ้นได้ว่า มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยแบคทีเรียในการดำรงชีวิต มันคือมังกรโคโมโด ซึ่งเป็นเหี้ยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาวุธในการล่าเหยื่อของมันคือน้ำลาย ซึ่งมีเชื้อแบคทีเรียอยู่มากกว่า 50 ชนิดในนั้น เมื่อมันกัดเหยื่อแล้ว มันจะปล่อยเหยื่อไป เหยื่อที่ถูกกัดจะเกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โลหิตเป็นพิษ และจะถึงแก่ความตายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อย่างมากก็ไม่เกิน 3 วัน มันก็เดินตามไปเรื่อยๆสุดท้ายก็ได้กิน ปัญหาคือทำไมมังกรโคโมโดไม่เป็นโรคตายซะเอง

เคล็ดลับคือเลือดของมังกรโคโมโดมี เป็ปไทด์ต้านจุลชีพประจุบวก (cationic antimicrobial peptides) หรือ CAMPs ที่มีความสามารถในการทำลายเชื้อแบคทีเรียหลากหลายขนิดด้วยวิธีที่แตกต่างจากยาปฏิชีวนะ เมื่อทดลองนำสารสกัดจากเลือดมังกรนี้ไปใช้กับแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียสที่ดื้อต่อยาเมธิซิลลิน หรือ MRSA (Methicillin-resistant Staphylococcus aureus) ผลปรากฏว่า CAMPs จากเลือดมังกรโคโมโดสามารถกำจัดเชื้อนี้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่จะนำไปสู่การวิจัยและพัฒนายาฆ่าเชื้อรุ่นต่อไปจาก CAMPs ของสัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้

ผลการค้นพบนี้ตีพิมพ์ลงใน http://pubs.acs.org/doi/abs/10.1021/acs.jproteome.6b00857?journalCode=jprobs
เรียบเรียงโดย @MrVop