สมัยก่อนเส้นแบ่งระหว่างดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ไม่ยากเท่าเดี่ยวนี้ หลังเราสำรวจจักรวาลไปเรื่อยๆจนพบชนิดชนิดดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ใหม่ๆ เราพบว่าเส้นแบ่งของมันใกล้กันเข้าไปทุกที จนสุดท้ายแทบแยกกันไม่ออก

เรากำลังพูดถึงดาวแคระน้ำตาลเล็ก  (sub-brown dwarf) ) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กสุดมีมวลน้อยสุด กับ ดาวเคราะห์แก้สยักษ์ชนิดโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่สุด มวลมากสุด ที่ล่องลอยโดยลำพังไม่ได้เป็นบริวารของดาวฤกษ์ใดๆ ตัวเลขมวลที่จะแยกความแตกต่างของทั้งสองคือ 13 นั่นคือหากวัตถุนะ้นมีมวล 13 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดีขึ้นไป ก็จะกลายเป็นดาวแคระน้ำตาลเล็ก หากน้อยกว่านั้นก็ถือเป็นดาวเคราะ์แก้สยักษ์ หรืออาจแยกความแตกต่างอีกแบบด้วยจุดกำเนิด โดยดาวแคระน้ำตาลเล็กมีกำเนิดในลักษณะเดียวกับดาวฤกษ์ คือจากการแตกสลายของกลุ่มเมฆในอวกาศ ส่วนดาวเคราะ์จะเกิดจากการรวมตัวหรือการพอกพูนมวลจากแผ่นจานฝุ่นเนบิวลาด้วยแรงโน้มถ่วง

เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการตรวจพบสนามแม่เหล็กความเข้มสูงของดาวเคราะห์แก้สยักษ์  SIMP J01365663 + 0933473 หรือเรียกย่อๆว่า SIMP0136  ซึ่งมีมวลประมาณ 12.7 เท่าของดาวพฤหัสบดีและรัศมีประมาณ 1.22 เท่าของดาวพฤหัสบดี โคจรโดดเดี่ยวไม่เป็นบริวารของระบบดาวใดๆ มีอายุประมาณ 200 ล้านปี อยู่ห่างจากโลกประมาณ 20 ปีแสง  มีอุณหภูมิพื้นผิวประมาณ 825 องศาเซลเซียส ทีมงานตรวจพบว่า SIMP0136 มีสนามแม่เหล็กความเข้มสูงกว่าดาวพฤหัสบดีถึง 200 เท่า ถือเป็นความรู่ใหม่ว่านอกจากดาวฤกษ์แล้ว ดาวเคราะห์ก็สามารถมีสนามแม่เหล็กพลังสูงแบบนี้ได้เหมือนกัน ขอบเขตของขีดจำกัดต่างๆก็จะต้องถูกรับเปลี่ยนใหม่ การค้นพบนี้จะใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์ดาวเคราะห์และระบบดาวใหม่ๆในอนาคตด้วย

ผลการวิจัย ตีพิมพ์ลงในวารสาร Astrophysical Journal
เรียบเรียงโดย @MrVop