นักดาราศาสตร์ตื่นเต้นที่จะได้ไขความลับ ในโอกาสพิเศษที่  “3200 ฟีธอน” ต้นกำเนิดฝนดาวตกคนคู่ จะเคลื่อนเข้าใกล้โลกที่สุดในปีนี้ 

ฝนดาวตก เป็นปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่สามารถสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าทั่วโลก ฝนดาวตกเกิดขึ้นหลายครั้งในแต่ละปี  ทุกครั้งก็จะเกิดในเดือนและวันเดิมๆ

ความที่ฝนดาวตกมาตรงเวลา เช่น ฝนดาวตกเพอร์ซิอิดส์ที่จะมาในวันที่ 12 ส.ค. ทุกปี ในที่สุด เราก็เรียกฝนดาวตกวันแม่ แทนชื่อเดิม ที่ตั้งจากชื่อกลุ่มดาวที่เป็นศูนย์กลาง  (radiant)

สำหรับประเทศที่ฝนชุกอย่างประเทศไทย า ฝนดาวตกฝนดาวตกที่เราจะมีโอกาสจะเห็นก็ต้องเป็นฝนดาวตกที่มาในฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่ท้องฟ้าสดใสเมฏน้อย ฝนดาวตกที่มาในเวลาดังกล่าวได้แก่ ฝนดาวตกคนคู่ หรือ เจมินิดส์

ฝนดาวตก เจมินิดส์ จะมาวันที่ *13-14 ธ.ค. เป็นฝนดาวตกที่มีจำนวนดวงต่อชั่วโมงสูงกว่าฝนดาวตกอื่นๆ จึงเป็นฝนดาวตกที่น่าดูที่สุด

แต่ ฝนดาวตกคนคู่ หรือ เจมินิดส์ ยังพิเศษกว่าฝนดาวตกอื่นๆ คือต้นกำเนิดที่ไม่เหมือนใคร

ปกติฝนดาวตก จะมีต้นกำเนิดจากดาวหาง แต่สำหรับฝนดาวตกคนคู่ ไม่ใช่แบบนั้น

ฝนดาวตกเจมินิดส์ถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1862 โดย อาร์. พี. เกรก (R. P. Greg) ในเมืองแมนเชสเตอร์ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ระบุตําแหน่ง จุดศูนย์กลางกระจายฝนดาวตก (radiant) ว่าอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ ทว่าในช่วงแรกนักดาราศาสตร์กลับไม่สามารถค้นพบดาวหางซึ่งเป็นต้นกําเนิดของฝนดาวตกเจมินิดส์ได้

ต่อมานักดาราศาสตร์พบว่า แท้จริงแล้วต้นกําเนิดของฝนดาวตกเจมินิดส์เป็นดาวเคราะห์น้อย ไม่ใช่ดาวหางเช่นเดียวกับฝนดาวตกอื่นๆ

ดาวเคราะห์น้อยดวงที่ว่า คือ “3200 ฟีธอน” (3200 Phaethon) มีขนาดใหญ่ราว 5 กิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่มีวงโคจรใกล้โลก

ปีนี้ (2560)  “3200 ฟีธอน” จะโคจรเข้าใกล้โลกมากกวาปีอื่นๆ คือที่ระยะ 10 ล้านกิโบเมตร ซึ่งกลายเป็นเรื่องตื่นเต้นของนักดาราศาสตร์ทั่วโลก เนื่องจากได้มีโอกาสตั้งกล้องส่องเพื่อไขความลับว่า ทำไมถึงมีธารสะเก็ดดาวออกมาจาก  “3200 ฟีธอน” มากมายทั้งๆไม่ใช่ดาวหาง ซึ่งเป็นไปได้ 2 ทางคือ “3200 ฟีธอน” กำลังแตกสลาย (ตามภาพบน) หรือจริงๆแล้ว “3200 ฟีธอน” เป็นดาวหางไร้แสง (Dead comet)

แต่ไม่ว่าจะมีเหตุผลใดที่   “3200 ฟีธอน”  มีธารสะเก็ดดาวมากกว่าดาวหางอื่นที่เป็นต้นกำเนิดฝนดาวตกสำคัญ 8 ครั้งต่อปี ก็เป็นเรื่องที่งนักดาราศาสตร์ต้องหาคำตอบกันไป สำหรับเราประชาชนคนธรรมดา ในโอกาสที่   “3200 ฟีธอน”  จะเข้าใกล้โลกที่สุดกว่าปีอื่น (นับจาก 2007) เราก็น่าจะได้พบโอกาสดี ที่จะได้เห็นจำนวนฝนดาวตกในคืนวันที่ 13-14 ธ.ค. มากกว่าครั้งอื่นๆในรอบปีนี้ด้วย

แนะนำให้ไปดูกัน ลองจัดทริปเที่ยวหน้าหนาวดูฝนดาวตก ไปหาจุดมืดๆในชนบทหรือภูเขาสูงที่แสงจากความศิวิไลซ์ส่องไปไม่ถึง นอนดูฝนดาวตกหน้าหนาวให้สมใจ

ที่มาและเครดิตภาพ http://www.iflscience.com/space/an-asteroid-is-going-to-swing-past-earth-on-december-16/
เรียบเรียงโดย @MrVop