ในขณะที่เหล่าผู้นำประเทศต่างๆทั่วโลกกำลังจะจบการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศในกรุงปารีสที่ดำเนินมากว่า 2 สัปดาห์ ผลการวิจัยที่น่าตกใจจากเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ปรากฏออกมา

ผลวิจัยล่าสุด จากมหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิเฉลี่ยบนพื้นแผ่นดินโลกอาจเพิ่มขึ้นใกล้ 8°C ในปี 2100 ถ้ายังไม่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญในการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โมเดลคำนวนดังกล่าวใช้อัลกอริธึมที่เรียบง่ายกว่าวิธีคำนวนของ IPCC โดยคำนวนจากอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวทะเลและผิวดินแบบตรงไปตรงมาร่วมกับตัวแปรของก๊าซเรือนกระจกจากการเก็บค่าย้อนหลังไปหลายปีและอัตราการคายความร้อนของมหาสมุทร  ทางศาสตราจารย์ Roy Thompson ผู้รับผิดชอบโครงการพบกว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2100 จะเพิ่มขึ้นไปถึง 7.9°C เทียบกับปี  อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 1750

การเพิ่มสูงของอุณหภูมิเฉลี่ยถึงระดับดังกล่าว จะทำให้สภาพบนโลกใกล้ถึงจุดที่จะอยู่อาศัยต่อไปไม่ได้ จะมีทั้งน้ำทะเลท่วมแผ่นดิน พายุที่มีความเร็วลมสูงในระดับที่ไม่เคยเกิดมาก่อน คลื่นความร้อน คลื่นความเย็น การล้มตายของปศุสัตว์ วงจรชีวิตของยุง โรคระบาด ความแห้งแล้งในระดับสาหัสลุกลามไปถึงการขาดแคลนอาหารทั่วโลก

โลกต้องการการแก้ไขที่จริงจังกว่าที่เคยทำกันมา

อ้างอิง http://www.ed.ac.uk/news/2015/climate-091215
เรียบเรียงโดย @MrVop