ปี 2017 ที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกราแตะอันดับสูงสุดในปีที่ไม่มีอิทธิพลของสภาพเอลนีโญมาช่วย

ปี 2017 ที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเราแตะอันดับสูงสุด แม้ว่าเป็นปีที่ไม่ใช่ปีเอลนีโญ แถมครึ่งปีหลังยังเข้าสภาพลานีญาด้วยซ้ำไป

ปกติสภาพอากาศเอลนีโญ จะก่อให้เกิดความแล้งในไทย และฝนชุกในอเมริกาใต้ แต่โดยเฉลี่ยจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ตรงข้ามกับปีลานีญาที่ทำให้ฝนชุกในไทยและทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกลดลง

_99652207_2

ยกตัวอย่างปี 2016 ซึ่งครองแชมป์อันดับสูงสุดของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก และปี 2015 ซึ่งครองตำแหน่งที่ 2 แต่ทั้งสองปีนี้ก็จะเห็นตามบรรยายในภาพบนว่าเป็นปีที่ร้อนโดยสภาพเอลนีโญ แต่ปี 2017 ที่ผ่านมา ทั้งๆที่มีครึ่งปีแรกเป็นปีธรรมดา (นิวทรัล) และครึ่งปีหลังเป็นลานีญา ซึ่งควรจะเย็น แต่กลับมีอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงถึง 0.9 องศาเซลเซียสเหนือค่าเฉลี่ย 30 ปี (1951-1980) ซึ่งอาจมองว่าเส้นกราฟกำลังถดถอยลงจากปี 2016 แต่เอาเข้าจริงหากเทียบกับประวัติที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกควรลดลงมากกว่านี้

mlo_one_week

ผลการศึกษาจากหลายสำนัก ออกมาตรงกัน ยกตัวอย่างศาสตราจารย์ ปีเตอร์ สก็อต จาก UK Met Office นั่นคือสภาพอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่มีลักษณะแบบปี 2017 นั้น เกิดเพราะฝีมือมนุษย์แน่นอน โดยเฉพาะการกักเก็บความร้อนจากปริมาณ  CO₂ ในบรรยากาศโลกที่แตะระดับสูงจนน่าเป็นห่วงและไม่มีทีท่าจะลดลง

 

อ้างอิง https://www.sciencedaily.com/releases/2018/01/180118173711.htm
http://www.bbc.com/news/science-environment-42736397
เรียบเรียงโดย @MrVop