ปี 2018 นี้ ถือได้ว่าเป็นปีแห่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างแท้จริง ดังเช่นการเกิดทวิเพ็ญหรือ Blue moon ในเดือนมกราคมและมีนาคม (จันทร์เต็มดวง 2 ครั้งในเดือนเดียวกัน)  การเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ถึง 2 ครั้งคือในเดือนมีนาคมและกรกฏาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดในรอบ 13 ปี  แต่ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายนนี้ เราจะได้ชมปรากฏการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลก ในปีที่ดาวเสาร์ทำมุมเอียงให้วงแหวนหันหาโลกสวยงามที่สุดปีหนึ่ง

ดาวเสาร์คือดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลโลกที่สุดที่ยังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งดาวเสาร์และโลกของเรานั้นต่างก็โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยระยะห่างและความเร็วที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น ในทุก 1 ปีของโลกเราจะมี 1 วันที่โลกเราจะโคจรไปทันดาวเสาร์ที่โคจรช้ากว่า เนื่องจากมีวงรอบใหญ่กว่า  ณ ห้วงเวลานี้เองหากมองจากมุมด้านบน จะดูเหมือนว่า ดวงอาทิตย์ โลกและดาวเสาร์ เรียงตัวกันเป็นเส้นตรง

saturn-opposition-sq

ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลกและดาวเสาร์ เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงนี้เรียกว่า ตำแหน่ง Saturn at Opposition หรือตำแหน่งดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (มองจากโลก) และเป็นจุดที่ดาวเสาร์มีระยะห่างจากโลกน้อยสุดในรอบปีด้วย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 มิถุนายน โดยปีนี้ดาวเสาร์และโลกจะห่างกัน 9.049AU ดาวเสาร์ห่างจากดวงอาทิตย์ 10.065AU มีความสว่างปรากฏ 0.02 แมกนิจูด มีขนาดปรากฏ 42.8 พิลิปดา ทำมุมเอียง 26 องศา ทำให้วงแหวนเอียงหาโลกในมุมที่เต็มที่สุด หากส่องด้วยกล้องดูดาวขนาด 4 นิ้วหรือกำลังขยาย 50 เท่าขึ้นไปจะปรากฏดังภาพบน

เราจะสังเกตเห็นดาวเสาร์ด้วยตาเปล่าได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า โดยจะขึ้นมาจากขอบฟ้าด้านตะวันออกเฉียงใต้ตามหลังพระจันทร์เต็มดวง สูงขึ้นไปด้านบนนั้นดาวพฤหัสจะขึ้นมาก่อน และลับขอบฟ้าฝั่งตะวันตกเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น

เรียบเรียงโดย @MrVop