ในงาน Chiang Mai Maker Party มีหลายท่านที่ถามผมว่า “Maker Club” แบบChiang Mai Maker Club ต่างจาก “Maker Space” ยังไง? จึงขอเล่าถึงปรัชญาของ Chiang Mai Maker Club ให้ฟังกัน….

ปกติแล้วหากใครซักคนที่เป็น Maker ก็ต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทั้งหลายแหล่ กลับไปทำที่บ้าน … ก็ต้องใช้เงินมากพอสมควร

เพื่อให้ประหยัดในการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ โดยเฉพาะชิ้นใหญ่ๆ ที่ไม่ได้ใช้บ่อย ก็เกิด concept ของ Maker Space ขึ้นมา คือสถานที่ๆเราไปเช่าใช้เครื่องมือได้ ทำให้ไม่ต้องลงทุนซื้อ และทำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆได้มากขึ้น

แต่อุปสรรคของการเป็น Maker นั้นนอกจากค่าวัสดุอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือแล้ว ยังมีเรื่องของการเรียนรู้อีก สิ่งประดิษฐ์สมัยนี้มักเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ผสมผสาน ต้องใช้ทั้งงานอิเล็คโทรนิคส์ งานเครื่องยนตร์กลไก งานกลึง งานตัด งานเจาะ รวมไปถึงการดีไซน์ออกแบบต่างๆ ซึ่งเป็นการยากที่จะทำได้ในคนๆเดียว

Chiang Mai Maker Club ตั้งขึ้นด้วยปรัชญาที่ทำให้คนที่มีความสามารถหลากหลายมาอยู่รวมกัน แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน จนถึงการร่วมทำงานเดียวกัน ให้ได้ใช้ขีดความสามารถที่หลากหลายมารวมกัน ในลักษณะที่ไม่ใช่ 1+1=2 แต่เป็นการทวีคูณความสามารถที่มารวมกัน อีกทั้งการทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ในเวลาที่สั้นลงกว่าการเรียนรู้เพียงลำพังคนเดียว

การศึกษาในวิถีปกติเช่น การเรียนมหาวิทยาลัย เป็นการบ่มเพาะความรู้ให้เรามีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน รู้ลึก รู้จริง ดังนั้น จำเป็นต้องมีกลไกในการรวมคนหลายๆกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถต่างกันมาทำงานร่วมกัน

ทีนี้ในการเรียนรู้ร่วมกันในสถานที่แบบ Chiang Mai Maker Club นั้น เป็นธรรมดาที่เมื่อเรียนรู้ทำสิ่งประดิษฐ์แล้ว ผลงานที่ได้นั้นมักจะไม่ยั่งยืน พูดง่ายๆคือมันพังนั่นเอง ไม่เหมือนสิ่งประดิษฐ์ส่วนตัวที่มีการเก็บรักษา ในงานจะเห็นได้ว่า ในโพสที่โพสไปก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า งานของชมรม มีสองอย่างคือ “กำลังทำ” และ “มันเคยดี”

การที่จะบังคับให้น้องๆ maintain สิ่งประดิษฐ์เดิม แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนต้องการเรียนรู้เรื่องใหม่ และอาจจะใช้อุปกรณ์ของโครงการเดิมมาใช้ในโครงการใหม่ หรือคนใหม่มาเรียนรู้ต่อ ก็เอาไปแก้ไขดัดแปลง ฯลฯ หากมัวกังวลว่าต้อง maintain ของเดิมอยู่ตลอดเวลา Maker Club ก็จะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไป

การจะทำให้การเรียนรู้นั้นถาวร มีทางเดียวคือ เผยแพร่สิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ออกมา ทาง Chiang Mai Maker Club จึงมีปรัชญาและข้อบังคับแก่สมาชิกอย่างหนึ่งคือ ทุกโครงการที่ใช้ resource ของชมรม ต้องเปิดเป็น Open Source และ เขียนบทความอธิบายโครงการให้คนที่มาทีหลังทราบว่าน้องๆทำอะไร หรือ เรียนรู้อะไรกันไปบ้าง

นี่คือปรัชญาของ Chiang Mai Maker Club: รวมคนเก่ง, เรียนรู้ร่วมกัน และ แชร์ความรู้นั้นออกไป

เมื่อได้สิ่งประดิษฐ์ และ ความรู้อันถาวรและระบบในการถ่ายทอดความรู้ที่มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่า ผลตอบแทนในทางการเงินจะตามมาเองครับ…