ภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้า หลังน้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายหมดจากภาวะโลกร้อน เราจะเดินเรือข้ามขั้วโลกเพื่อลดระยะทางระหว่างสองมหาสมุทร

เส้นทางเดินเรือเลียบขั้วโลกเหนือที่เรียกว่า Northwest Passage ซึ่งจะวิ่งไปจากมหาสมุทรแปซิฟิคไปทางอะลาสกาแล้วขึ้นไปทางตอนเหนือของแคนาดาจากนั้นก็จะทะลุออกมาทางมหาสมุทรแอตแลนติกทางอ่างแบฟฟิน (Baffin Bay) ทางตะวันตกของกรีนแลนด์ ซึ่งเริ่มเปิดกว้างขึ้นจากปริมาณน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่ลดลงเพราะภาวะโลกร้อน การเดินเรือที่ใช้เส้นทางนี้ในทุกวันนี้จากนครเซี่ยงไฮ้ของจีนไปยังเมืองฮัมเบิร์กของเยอรมนี จะช่วยย่นระยะทางได้ถึงราว 2,800 ไมล์ทะเล และในอนาคตข้างหน้าหลังจากขั้วโลกเหนือไม่เหลือน้ำแข็งอีกแล้ว เส้นทางจะลัดตรงข้ามขั้วโลกที่ละติจูด 90 องศาเลย ซึ่งจะกลายเป็นเส้นตรงที่ลดเวลาเดินทางลงไปอีกมหาศาล

ฟังเหมือนประชดแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อภาวะโลกร้อนยังคงเกิดต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน เราก็พลิกเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการเดินเรือทะเลของจีนก็เริ่มเชิญชวนให้ใช้เส้นทาง  Northwest Passage นี้แต่ในอีกทางหนึ่ง หลายๆประเทศก็ยังแสดงความเป็นห่วงในความเสื่อมถอยของธรรมชาตินี้เหมือนกัน โดยเมื่อวานนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน ผู้รับผิดชอบกิจการขั้วโลกเหนือจากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ หารือกันที่กรุงโซลเรื่องความร่วมมือและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในบริเวณขั้วโลกเหนือ โดยขณะนี้ทั้งสามประเทศดังกล่าว มีฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ใน Arctic Council ซึ่งเป็นองค์การความร่วมมือด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาในภูมิภาคขั้วโลกเหนือ ที่มีสหรัฐฯ แคนาดา รัสเซีย และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียร่วมเป็นสมาชิกอยู่

โลกร้อนกำลังทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ

 

อ้างอิง http://blogs.scientificamerican.com/the-curious-wavefunction/climate-change-might-open-up-northwest-passage-to-shipping-by-the-middle-of-the-century/
เรียบเรียงโดย @MrVop