ดาวเทียมเฝ้าระวังระดับน้ำทะเล Jason-3 ขึ้นสู่วงโคจรวันนี้

สภาพโลกร้อนนับวันยิ่งหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดปี 2015 ที่่ผ่านมากลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกข้อมูลในยุคหลัง ส่งผลให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกทั้งสองละลายอย่างรวดเร็ว โดยหลังปี 2002 ขั้วโลกใต้สูญเสียมวลน้ำแข็ง 134,000 ล้านตันต่อปี กรีนแลนด์ สูญเสียมวลน้ำแข็ง 287,000 ล้านตันต่อปีตามกราฟด้านล่างนี้CXWrjJ4UEAAOIV5

เมื่อมองเจาะจงไปที่แต่ละสถานที่ เช่นกรีนแลนด์  ก็จะพบการละลายของน้ำแข็งที่เร็วมากเช่นเดียวกัน เช่นล่าสุดที่มีการพบธารน้ำแข็ง Zachariae Isstrom ที่กำลังละลายในอัตราความเร็วที่น่าตกใจคือสูญเสียมวลน้ำแข็งลงไปในทะเลแอตแลนติกเหนือในอัตราปีละกว่า 5 พันล้านตัน  ส่งผลให้ระดับความสูงของน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอยา่งรวดเร็ว โดยจากข้อมูลของนาซาเองนั้น ใน 23 ปีหลังสุดนี้ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มความสูงขึ้นถึง 7 ซม.

การเฝ้าระวังความสูงของระดับน้ำทะเลทั้วโลกจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด  และนาซาก็มีโครงการส่งดาวเทียมขึ้นไปเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังเพื่อการนี้โดยเฉพาะดาวเทียม Jason และใที่ 17 ม.ค.58  นี้ก็จะมีการส่งดาวเทียมดวงสุดท้ายในกลุ่ม ก็คือ Jason-3 ขึ้นวงโคจร

Jason-3 จะอยู่ในวงโคจรระดับต่ำใกล้ผิวโลก และใช้เครื่อง altimeter ที่แม่ยำในการตรวจสอบความสูงของระดบน้ำทะเลทั่วโลกทุก 10 วัน ในวงโคจรนี้ Jason-3 จะบินผ่านทะเลมหาสมุทรครอบคลุมกว่า 95% ระดับน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าขึ้นหรือลงเพียงเล็กน้อยก็จะไม่อาจรอดพ้นการบันทึกข้อมูลของ Jason-3 ไปได้ เครื่องมือต่างๆที่ติดตั้งไว้มีดังนี้

 

  • Altimeter
  • Microwave radiometer
  • DORIS (Doppler Orbitography and Radiopositioning Integrated by Satellite)
  • Laser Retroreflector Array (LRA)
  • Global Positioning System (GPS) receiver

นอกจากความสูงของระดบน้ำทะเลแล้ว Jason-3 ยังสามารถช่วยงานทางอุตุนิยมวิทยา เช่นการเฝ้าระวังการก่อตัวของพายุเฮอริเคน ทิศทางพายุ ไปจนถึงการเกิดคลื่นพายุชนิดฉับพลัน นอกจากนี้ยังจะเก็บข้อมูลร่วมกับดาวเทียมรุ่นพี่อันได้แก่  Jason-1 (ส่งขึ้นวงโคจรในปี in 2001) และ OSTM/Jason-2 (ส่งขึ้นวงโคจรในปี 2008) เพื่อการเฝ้าระวังผิวทะเลชนิดครบเครื่อง

mlo_one_weekแต่จะอย่างไรก็ต้องยุติการเพิ่มปริมาณ CO₂ ในบรรยากาศโลกให้ได้ โดยจากข้อมูลล่าสุดเมื่อ 14 ม.ค. ระดับCO₂ ในบรรยากาศโลกเพิ่มสูงมาอยู่ที่ 403.57 ppm หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปต่อให้มีดาวเทียมเฝ้าระวังกี่ดวง สุดท้ายน้ำทะเลก็ท่วมเมืองชายฝั่งอยู่ดี และไทยก็อยู่ในรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ด้วย

 

อ้างอิง http://www.nesdis.noaa.gov/jason-3/
http://sealevel.jpl.nasa.gov/missions/jason3/
เรียบเรียงโดย @MrVop