หลังความสำเร็จของไลโกในการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง กำลังใจในการค้นหาสิ่งลึกลับมองไม่เห็นในจักรวาลมาอีกโข ทางจีนเตรียมส่งเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงสู่อวกาศอีก ขณะที่นาซาสั่งเดินหน้าโครงการกล้องอวกาศเพื่อตรวจหาสสารและพลังงานมืดทันที

โครงการกล้องโทรทรรศน์อวกาศ WFIRST หรือ  Wide Field Infrared Survey Telescope ซึ่งอยู่นิ่งๆมาหลายปี ได้รับการฟันธงจากนาซาให้เดินหน้าโครงการต่อเมื่อวันพุธ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังงบผ่านจากสภาครองเกรส โดยหน้าที่ของกล้องนี้หลักๆก็เพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบและที่สำคัญคือค้นหาสสารมืดรวมทั้งพลังงานมืดให้พบ

5 ใน 6 ส่วนของมวลของเอกภพของเราเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและตรวจจับไม่ได้   แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันมีอยู่จริง นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่าสสารมืด ซึ่งเข้าทำนองเดียวกับคลื่นความโน้มถ่วงที่ต้องใช้เวลาถึง 100 ปีหลังการพยากรณ์ของไอสไตน์จึงจะสามารถตรวจจับได้โดยตรงผ่านเครื่องมือของไลโก (LIGO) ในกรณีนี้ได้รวมเอาพลังงานลึกลับที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เอกภพขยายตัวออกไปเรื่อยๆอย่างมีความเร่งที่เราเรียกพลังงานมืดด้วย

กล้อง WFIRST จะทำงานในย่านอินฟราเรดโดยเราจะได้ภาพถ่ายจากอวกาศกาศในระดับความละเอียดและความลึกของภาพพอๆกับกล้องฮับเบิลแต่จะได้ภาพที่กินอาณาบริเวณกว้างมากกว่า 100 เท่า ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาและง่ายต่อการเก็บภาพมาวิเคราะห์มากขึ้น ตัวกล้องยังไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะขึ้นสู่อวกาศเมื่อใด แต่น่าจะเป็นช่วงระหว่างปี 2020-2030

อ้างอิง http://www.csmonitor.com/Science/2016/0221/How-NASA-s-new-telescope-could-unlock-some-mysteries-of-the-universe
เรียบเรียงโดย @MrVop