MRO ผู้ทำหน้าที่สำรวจดาวอังคารจากบนฟากฟ้าดาวแดงมาตั้งแต่ปี 2006 ได้รับคำสั่งให้ปรับตำแหน่งยานในวันนี้ เพื่อต้อนรับยาน InSight

PIA04916

ภาพวาดของยาน MRO ขณะกำลังโคจรรอบดาวอังคาร เครดิต-นาซา

วันนี้ (29 ก.ค.58) ยาน MRO  (Mars Reconnaissance Orbiter) จะติดเครื่องยนต์จรวด 6 เครื่องที่ติดตั้งบนตัวยานเป็นเวลา 77 วินาที เพื่อปรับตำแหน่งตัวเองให้พร้อมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณจากจุดที่ยานรุ่นน้องคือ InSight  จะลงจอดในเดือนกันยายนปีหน้า (18 ก.ย. 59) เครื่องยนต์จรวด 6 เครื่องนี้ เคยใช้เป็นตัวปรับทิศทางของยานตั้งแต่สมัยที่ MRO เดินทางออกจากโลก

“หากไม่ปรับตำแหน่งให้เหมาะสม การถ่ายทอดสัญญาณก็เป็นไปไม่ได้” Dan Johnston ผู้จัดการโครงการ MRO  จากศูนย์ JPL ของนาซากล่าว

MRO จะบันทึกนาทีสำคัญที่ยาน  InSight เดินทางไปถึงดาวอังคารและชะลอความเร็วทำมุมเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจวบจนสามารถลงแตะพื้นสำเร็จ (หรืออาจไม่สำเร็จ) กิจกรรมนี้เคยทำมาแล้ว 2 ครั้งสมัยนาซาส่ง Curiosity ไปเมื่อ 3 ปีก่อน และยาน  Phoenix ในปี  2008.

หลังปรับตำแหน่งยานแล้ว ช่วงเวลาที่เหลือก่อนน้องใหม่จะไปถึง ยาน MRO ก็ยังคงสามารถทำงานของตัวเองต่อไปได้ตามปกติในโหมดของการวัดค่าและถ่ายภาพดาวอังคารในบางมุม

images_stories_2013_NASA_bezzalogowe_pozostale_mars_insight_nasa

ภาพจำลอง ยาน Insight กำลังส่งหัวเจาะ HP3 ลงไปใต้ผิวดาวอังคาร เครดิตภาพ-นาซา

สำหรับยาน InSight น้องใหม่นั้น  เป็นยานลงจอดชนิดไม่มีล้อ ไม่อาจเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้แบบยานโรเวอร์เช่น  Curiosity แต่หน้าที่หลักของ Insight คืองานสำรวจด้านธรณีวิทยาใต้ผิวดาวในระดับลึก เครื่องมือต่างๆที่ติดตั้งไว้มีตั้งแต่เครื่อง SEIS (Seismic Experiment for Interior Structure) ซึ่งสามารถวัดขนาดแผ่นดินไหวและกลไกลการเคลื่อนตัวของธรณีภาคบนชั้นแมนเทิล เครื่อง HP3  (Heat Flow and Physical Properties Package) ทำหน้าที่วัดการถ่ายเทความร้อนในชั้นดินและหิน โดย  InSight  จะเจาะผิวดาวอังคารลงไปลึก 5 เมตรและวัดความร้อนทุก 30 เซ็นติเมตร เพื่อจะได้ทราบอัตราการเปลี่ยนแปลงของความร้อนใต้ผิวดาว เครื่อง RISE ( Rotation and Interior Structure Experiment) ใช้สัญญาณวิทยุในความถี่ X-Band วัดค่าการหมุนรอบตัวเองของดาวอังคารเพื่อสังเกตกิจกรรมทางธรณีวิทยาสัมพันธ์กับการหมุนของดาว

ยาน InSight มีกำหนดอายุทำงาน 2 ปี ใช้พลังงานจากแสงอาทิตน์ประกอบกับแบตเตอรีชนิดนิเกิล-ไฮโดรเจน  ยานจะเดินทางออกจากโลกในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า และไปถึงดาวอังคารในเดือนกันยายน

ส่วนยานรุ่นพี่คือ MRO นั้น ยังเหลือยังคงสามารถทำงานรอบวงโคจรดาวอังคารอีกยาวนาน ยังเหลือเชื้อเพลิงจรวด Hypergolic propellant ในถังอีก 187 กิโลกรัม สามารถใช้ปรับตำแหน่งของยานได้อีกหลายครั้ง เพื่อต้อนรับยานโรเวอร์หรือแลนเดอร์ใหม่ๆในอนาคตได้อีกหลายโครงการ

อ้างอิง http://insight.jpl.nasa.gov/newsdisplay.cfm?Subsite_News_ID=38256
อ่านประวัติการส่งยานไปสำรวจดาวอังคารของมนุษย์ชาติ http://history.nasa.gov/marschro.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop