เอลนีโญในปี 2015 และดำเนินมาถึงปี 2016 นี้ถือเป็นเอลนีโญครั้งใหญ่สุดเท่าที่มีบันทึกกันมา และมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับลักษณะของแชมป์เก่าคือเอลนีโญปี 1997-1998 อยู่เสมอ

ล่าสุดนักวิจัยในหน่วยงาน Global Modeling and Assimilation Office (GMAO) ของนาซาในแมรีแลนด์ได้พบความแตกต่างสำคัญหลายประการระหว่างเอลนีโญครั้งใหญ่ทั้งสองครั้ง

Robin Kovach หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่าเอลนีโญขนาดยักษ์ทั้งสองแตกต่างกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการก่อตัว โดยเอลนีโญปี 1997 นั้นเริ่มต้นจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เย็นกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย แต่เอลนีโญปี 2015 กลับเริ่มต้นจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ร้อนกว่าค่าเฉลี่ย ไม่เฉพาะน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น ความร้อนนี้รวมถึงน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกด้วย

หลังการก่อตัว กระแสน้ำอุ่นของเอลนีโญปี 1997 จะไปกระจุกตัวอยู่ทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกที่เรียกวา่โซน Nino1 และ Nino2 แต่ในกรณีของเอลนีโญปี 2015 กลับต่างออกไป เนื่องจากน้ำอุ่นไปรวมตัวอยู่ในช่วงโซน Nino3 และ Nino4 หมายถึงโซนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกแถวๆเกาะฮาวาย ยาวไปถึงช่วงเส้นลองจิจูดแบ่งเวลาข้ามวัน

ความแตกต่างยังมีไปถึงเรื่องความลึกของน้ำอุ่นที่เกิดกับน้ำทะเลทั้งสองด้านของมหาสมุทแปซิฟิก โดยพบว่าในเอลนีโญปี 1997 นั้น น้ำอุ่นเกิดในระดับความลึกมากกว่าเอลนีโญ 2015 ในฝั่งตะวันออกของมหาสมทรแปซฟิกและน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าปกติในปี 1997 ก็ไปรวมตัวด้านฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซฟิฟิกมากกว่าเอลนีโญครั้งล่าสุดนี้

และมาถึงตอนจบ ทุกครั้งหลังจากที่เกิดเอลนีโญแรงๆ สถาพในช่วงต่อจากนั้นมักจะกลายเป็นนูทรัลและตามด้วยลานีญา  ซึ่งเอลนีโญปี 1997 ก็เป็นแบบนั้น แต่กับเอลนีโญปีล่าสุดนี้ เนื่องจากมันยังไม่จบ ทางหน่วยงานจึงใช้โมเดลคอมพิวเตอร์คำนวนข้อมูลจากทุ่นตรวจจับตัวแปรน้ำทะเลยาวนาน 18 ชั่วโมง พบกว่า ณ วันที่ 5 ก.พ ที่ผ่านมา ผลการพยากรณ์ไม่พบว่าในเอลนีโญ 2015 จะส่ออาการว่าจะกลายไปเป็นลานีญาแต่อยา่งใด ทางทีมงานมีการคำนวนซ้ำอีกครั้งในวัยที่ 14 ก.พ. กลับพบการรวมตัวของน้ำเย็นแถบชายฝั่งเอกวาดอร์และปานามา ซึ่งหากเป็นแบบนี้ เราก็ยังต้องรอดูผลพยากรณ์รอบต่อไปเพื่อนำมาร่วมวิเคราะห์

อ้างอิง https://www.sciencedaily.com/releases/2016/02/160225181633.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop