กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ส่องพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ในระบบดาวอื่นที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเป้นแดนกำเนิดสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

CKnJ2naXAAEW39-

แผ่นสีเขียวล่างสุดคือระบบสุริยะของเรา แผ่นบนคือระบบเคปเลอร์ 186 แผ่นกลางคือที่ค้นพบใหม่ ระบบเคปเลอร์ 452 สีเขียวคือโซนชีวิต

จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต อารยธรรมต่างพิภพอยู่ในความสนอกสนใจของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมาช้านาน แต่ชีวิตไม่อาจอยู่ที่ไหนได้ นอกจากบนดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ในลักษณะที่เป็นระบบดาว  เฉกเช่นระบบสุริยะของเรา

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่มีนาคม ปี 2009 มีหน้าที่ค้นหาระบบดาวใหม่ๆ และค้นหาดาวเคราะห์ในระบบดาวนั้นๆ เทื่อพบเจอระบบดาวที่ไม่เคยมีอยู่ ก็จะตั้งชื่อระบบดาวนั้นโดยนำหน้าชื่อว่า Kepler ต่อท้ายด้วยตัวเลขลำดับ

news20100101c

ภาพวาดกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์

ดาวเคราะห์ที่พบ จะตั้งชื่อตามระบบ แล้วต่อท้ายด้วยอักษร a b c d ไปเรื่อยๆ เช่น พบ 3 ดวง ในระบบเคปเลอร์ที่ 1 หรือ Kepler-1 ก็จะตั้งชื่อดวงแรกว่า  Kepler-1a ดวงที่สอง Kepler-1b ดวงที่สาม Kepler-1c เป็นต้น

และอาจส่องพบระบบดาวใหม่ จากนั้นกลับมาพบดาวเคราะห์ในระบบเดิม ก็ตั้งชื่อตามอักษรต่อท้ายไป

CKnH8-WXAAAB_o4

ภาพวาดแสดงระยะวงโคจรฮาบิเทเบิล ที่เหมาะสมสำหรับสิ่งมีชีสิต

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดาวเคราะห์นั้นน่าสนใจ มีหลายประการ ประการแรก คือดาวเคราะห์นั้นต้องอยู่ในระยะวงโคจรฮาบิเทเบิล หรือ Habitable zone  ระยะโคจรนี้เป็นจุดดาวเคราะห์จะอยู่ห่างจากดาวฤกษ์พอดี อำนวยให้สามารถกำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ ถ้าอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากจะร้อนไป อยู่ห่างมากก็จะหนาวเย็นเกินไป ในระบบสุริยะของเรา วงโคจรรฮาบิเทเบิลอยู่ในเขตดาวศุกร์ไปจนถึงดาวอังคาร

ประการต่อมา ดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระบบ ควรจะเป็นดาวฤกษ์ประเภท G (แคระเหลือง) หรือแย่หน่อยก็ควรไม่เกินขอบเขต F ไปถึง K ซึ่งดาวฤกษในกลุ่มนี้จะมีอุณหภูมิที่ผิวดาวช่วง 5,000-6,000 เคลวิน และมีอายุดาวในช่วง 3,000-6,000 ล้านปี  คล้ายระบบสุริยะของเรา ที่ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ประเภท G มีอายุ 4,600 ล้านปี หากเป็นดาวฤกษ์ประเภทอื่น อุณหภูมิที่ผิวดาวระร้อนเกินหรือเย็นเกิน อายุสั้นหรือแก่เกินไป ขนาดใหญ่ไปไม่ก็เล็กไป สว่างเกินไป หรือสลัวเกินไป ไม่เหมาะสม

Startype

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ดาวเคราะห์นอกระบบจำเป็นต้องมี คือควรต้องเป็นดาวเคราะห์หิน หมายถึงดาวเคราะห์ที่มีพื้นดินเหมือนโลกเรา ไม่ใช่ดาวเคราะห์แก้สแบบดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ยูเรนัส หรือเนปจูน ซึ่งมีแต่แก้ส ไร้พื้นดาว ยากที่จะดำรงชีวิต

ประการสุดท้ายคือขนาดของดาวเคราะห์นั้น ควรไม่ใหญ่โตเกินไปซึ่งจะทำให้มีมวลมาก แรงโน้มถ่วงจะมากตามไปด้วย รวมทั้งไม่ควรมีมวลน้อยไป ทำให้แรงโน้มถ่วงน้อยไปจนไม่อาจรักษาบรรยากาศของดาวไว้ได้

ดาวเคราะห์คล้ายโลกดวงล่าสุด ที่นาซาประกาศ ก็คือ Kepler-452b ดูจากชื่อก็จะเข้าใจได้ทันที ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 2 หรือ b ในระบบดาว Kepler-452 ห่างจากโลกออกไป 1,400 ปีแสง

pia19830-main-earthlikeexoplanets_0722

 

Kepler-452b  มีขนาดใหญ่กว่าโลกเราราว 60% โคจรอยู่ในวงโคจรฮาบิเทเบิลรอบดาวฤกษ์ประเภท  G ที่มีอายุราว 6 พันล้านปี  นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์ตื่นเต้นกันมาก เพราะปัจจัยที่ดาวเคราะห์ดวงนี้มี อยู่ในกรอบที่ควรมีสิ่งมีชีวิตครบทุกปัจจัย ทำลายสถิติของ  Kepler-186f ซึ่งครองตำแหน่งดาวเคราะห์อำนวยชีวิตนอกระบบสุริยะแชมป์เก่า เพราะถึงแม้ 186f จะมีขนาดใกล้โลกที่สุด แต่ดาวฤกษ์ของระบบ  Kepler-186 นั้นเป็นดาวประเภท M (ดาวแคระแดง) ทำให้มันเย็นเกินไปถ้าเทียบกับดาวฤกษ์ประเภท  G (แคระเหลือง) ของระบบ Kepler-452 ที่พบใหม่สุดนี้

การค้นพบครั้งนี้ ทำให้จำนวนดาวเคราะห์นอกระบบที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ค้นพบมีจำนวนรวมถึง 1,030 ดวง การค้นหายังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ความหวังในการพบชีวิตในพิภพอื่นมีมากขึ้นทุกครั้งที่พบดาวเคราะห์ใหม่ๆและเข้าข่ายปัจจัยที่วางไว้ หาก 1 ในดาวเคราะห์เหล่านั้นจะมีอารยธรรม สมมุติว่าเป็น Kepler-452b การไปมาหาสู่ก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้ ดูจากระยะความห่างไกลถึง 1,400 ปีแสงนั้น ต่อให้ยานที่เร็วที่สุดที่มนุษย์สร้างได้ตอนนี้คือนิวฮอไรซันส์ ก็ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 25.8 ล้านปี กว่าจะเดินทางไปถึง*

 

อ้างอิง http://www.nasa.gov/jpl/finding-another-earth
https://en.wikipedia.org/wiki/Kepler-452b

เครดิตภาพจากนาซา วิกิพีเดีย
เรียบเรียงโดย @MrVop

*คำนวนจาก (1,400*94,605,284,000,000,000,000)/(58,536 *8,766)