แผ่นดินไหวยังคงเป็นภัยพิบัติที่ไม่อาจทำนายการเกิดล่วงหน้าได้ แต่ก็มีคนพยายามจะทำให้ได้ตลอดมา เพื่อหวังความสำเร็จในวันหนึ่ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาโอกิ ยูชิดะ นักแผ่นดินไหว*จากศูนย์วิจัยด้านการพยากรณ์แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด มหาวิทยาลัยโตโฮกุ พร้อมด้วยทีมงาน ได้ใช้สัญญานคลื่นแผ่นดินไหวขนาดจิ๋วที่มีความสั่นสะเทือนต่ำจนมนุษย์ไม่สามารถรู้สึกได้ ในการสังเกตโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดยักษ์

ผศ.ยูชิดะ สนใจกลุ่มของคลื่นแผ่นดินไหวขนาดจิ๋วจนถึงขนาดเล็ก กล่าวคือตั้งแต่แมกนิจูด 2.5 ขึ้นไป จำนวน  6,126 ครั้งที่เกิดตั้งแต่ช่วงปี 1984 จนถึง 2011 ซึ่งเป็นการขยับตัวของเปลือกโลกแบบเชื่องช้า (Slow slip) เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับการเกิดแผ่นดินไหวขนาดยักษ์ แมกนิจูด 9.0 Mw* ที่เกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2011 ทางตะวันออกของญี่ปุ่น จนก่อให้เกิดคลื่นสึนามิและมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากGMT v4.5.2 [64-bit] Document from psxyผศ.ยูชิดะ อธิบายแนวคิดของเขาว่า การเคลื่อนตัวของชั้นเปลือกโลกแบบเชื่องช้า (Slow slip) จะทำให้แผ่นหินในชั้นเปลือกโลกเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าตามไปด้วย ด้วยอัตราความเร็วที่ต่ำกว่าการเคลื่อนตัวตามปกติในขณะที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นอย่างมาก การเคลื่อนตัวแบบนี้จะเพิ่มความเครียดให้กับบริเวณใกล้เคียงให้สะสมตัวสูงขึ้นถึงจุดหนึ่งโดยไม่มีการผ่อนความเครียดลงเนื่องจากมัน “ช้าและเบา” ในที่สุดก็จะมาถึงจุดที่เปลือกโลกบริเวณนั้นรับความเครียดต่อไปไม่ได้ ความเร็วของการเคลื่อนตัวนี้ก็จะเริ่มเพิ่มขึ้นราวสองสามวันก่อนหน้าและจากนั้นการสั่นไหวครั้งใหญ่ก็จะเกิดตามมา

แนวคิดของ ผศ.ยูชิดะ ได้รับการคัดค้านจากนักวิชาการหลายท่าน เช่นศาสตราจารย์เดวิด เเจ็คสัน จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแอลเอ พูดถึงเรื่องนี้ว่า อย่างดีที่สุด ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการเคลื่อนตัวของชั้นเปลือกโลกแบบเชื่องช้าของยูชิดะ ก็น่าจะนำไปใช้แสดงความเป็นไปได้ในระดับต่ำๆ เท่านั้น ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ไม่สามารถนำไปใช้พยากรณ์ได้จริงทุกครั้งไป หรือศาสตราจารย์ฟิลลิป สตาร์ค จากด้านสถิติแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์คลี่ย์กล่าวว่า หากนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทดสอบการพยากรณ์ต่างๆ ที่ใช้ข้อมูลใหม่นี้ร่วมด้วย ก็ยังถือว่าเป็นการค้นพบหลักฐานสนับสนุนที่น่าสนใจแต่ไม่ใช่การค้นพบข้อมูลใหม่ที่สำคัญ คุณสตาร์ควิจารณ์ว่าการศึกษาวิจัยนี้ขาดข้อมูลทางสถิติ

หรือนักวิจารณ์ทฏษฎีการพยากรณ์แผ่นดินไหวคนสำคัญอีกคนหนึ่งกล่าวว่า หลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก็มักเป็นเรื่องง่ายที่จะถือเอาว่าการเคลื่อนไหวใดๆ ใต้เปลือกโลกเป็นสัญญาณเตือนก่อนหน้าเหตุแผ่นดินไหว (คล้ายพวกเก่งหลังหวยออก)

อีกท่านหนึ่งคือศาสตราจารย์โรเบิร์ต เกลเล่อร์ จากภาคภูมิศาสตร์ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการพยากรณ์ด้านนี้มานาน 100 ปีแล้ว ยังไม่มีใครสามารถค้นพบวิธีที่ดีกว่าในการแยกแยะการสั่นสะเทือนก่อนหน้าเหตุแผ่นดินไหว จากเหตุแผ่นดินไหวเเบบอ่อนๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้

เรียกว่าแนวคิดของ ผศ.ยูชิดะ โดนสับเละ แต่ก็เป็นสัญญาณให้เรารู้ว่า มนุษย์ยังคงหาทางพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวกันอยู่ต่อไปไม่ยอมแพ้ คนแรกที่ทำได้ก็คงหนีรางวัลโนเบลไม่พ้น

ที่มา http://www.nature.com/news/in-japan-small-shakes-presage-big-quakes-1.19252
เพจของ ศ.ยูชิดะ http://www.aob.gp.tohoku.ac.jp/~uchida/indexe.html

เรียบเรียงโดย @MrVop
*ปล.นักแผ่นดินไหว หรือ Seismologist เป็นอาชีพที่คนไทยแทบไม่เคยได้ยิน รู้จักแต่นักธรณีวิทยา หรือ Geologist ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 ฝ่ายมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ยกตัวอย่าง นักแผ่นดินไหวจะรู้จุดเหนือจุดศุนย์กลางแผ่นดินไหวและความลึกของจุดโฟกัสโดยไม่ต้องก้าวขาออกจากห้องที่ติดตั้งเครื่องมือไว้เลย เป็นต้น พูดง่ายๆคือตัวขาวไม่โดนแดด ขณะที่นักธรณีวิทยาต้องลงพื้นที่ ตากแดดตัวดำไปสำรวจจุดความเสียหายด้วยตัวเองจึงจะทราบตำแหน่งที่แน่นอน เป็นต้น

*Mw ย่อมาจาก มาตราโมเมนต์