เมื่อกล่าวถึงดาวพฤหัส เราก็อดที่จะนึกถึงดาวเคราะห์แก๊สที่มีจุดแดงใหญ่ปรากฏอยู่บนผิวดาวไปไม่ได้ โดยจุดแดงใหญ่ที่เราเห็นนั้นแท้จริงคือพายุหมุนขนาดยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 3 เท่า ซึ่งเกิดจากการรวมกันของมวลแก๊สมหาศาลจนสามารถทำให้เกิดความร้อนขึ้นในตัวดาวรวมถึงแพร่กระจายออกไปยังอวกาศข้างเคียงได้ แต่หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจก็คือดาวพฤหัสนั้นมีดวงจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ดวงได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนิมิต และคัลลิสโต นอกจากนั้นยังมีดวงจันทร์ขนาดเล็กอยู่อีกหลายสิบดวง ซึ่งดวงจันทร์เหล่านี้ล้วนแต่มีน้ำและน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันตั้งคำถามว่าเป็นไปได้ไหมที่น้ำหรือน้ำแข็งบนดวงจันทร์บริวารจะถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวพฤหัสดึงดูดเข้าไป

จากการศึกษาองค์ประกอบของดาวพฤหัสด้วยกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดอย่าง Keck II Telescope ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงการมีอยู่ของน้ำในดาวพฤหัสใต้จุดแดงใหญ่ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการแบ่งชั้นบรรยากาศที่ต้องการศึกษาออกเป็น 3 ระดับโดยใช้องค์ประกอบของอากาศเป็นเกณฑ์เริ่มจากชั้นบนสุดที่มีองค์ประกอบหลักเป็นแอมโมเนีย (NH3) ชั้นถัดมาเป็นแอมโมเนียมไฮโดรซัลไฟด์ (NH4SH) และชั้นล่างสุดที่คาดว่ามีน้ำเป็นองค์ประกอบ เนื่องจากที่ความสูงต่ำลงไปจากชั้นบรรยากาศบนสุดราว 161 กิโลเมตรมีความดันและอุณหภูมิในช่วงของจุดเยือกแข็งของน้ำพอดี ซึ่งผลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์ก็ได้แสดงให้เห็นว่าในชั้นบรรยากาศต่ำสุดของจุดแดงใหญ่มีน้ำปรากฏอยู่จริงแต่จะอยู่ในรูปของเมฆน้ำแข็ง การค้นพบน้ำในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสในครั้งนี้อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนดาวพฤหัสได้มากขึ้น เช่น เพราะเหตุใดดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้จึงมีสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นแล้วจากคำกล่าวว่าที่ใดมีน้ำที่นั่นมีชีวิต อาจถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งบนดาวเคราะห์ดวงนี้ก็เป็นได้

ในอนาคตนอกจากจุดแดงใหญ่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังได้มีแผนที่จะตามหาน้ำในชั้นบรรยากาศส่วนอื่นๆของดาวพฤหัส เพื่อหาคำตอบว่าบนดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้มีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่มากน้อยเพียงใด และจะมีความเป็นไปได้ไหมที่เราจะสามารถพบสิ่งมีชีวิตได้บนดาวดวงนี้

ที่มา sci-news.com
เรียบเรียงโดย @MrVop