โดยปกติแล้ววงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์นั้นจะมีลักษณะเป็นวงรี แต่นักวิทยาศาสตร์กลับพบว่าวงโคจรของโลกมีรูปร่างเกือบจะเป็นวงกลมซึ่งนั่นทำให้โลกของเรามีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เกือบจะเท่ากันตลอดการโคจรแต่เมื่อราวๆ 10 ปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าวงโคจรของโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจนมีความรีมากกว่าปกติถึง5% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นและกลับเป็นปกติเมื่อเวลาผ่านไปทุกๆ405,000 ปี และจากการผลศึกษาล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Rutgers ในสหรัฐฯ พบว่าสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงวงโคจรดังกล่าวเกิดขึ้นจากผลของแรงโน้มถ่วงของดาวศุกร์และดาวพฤหัสที่กระทำต่อโลกของเรา เนื่องจากดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้และมีขนาดใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด ส่วนดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ส่งผลให้แรงโน้มถ่วงของดาวสองดวงนี้สามารถส่งผลมายังโลกของเราและทำให้ลักษณะวงโคจรของเราเปลี่ยนไปได้

จากการค้นพบหลักฐานสำคัญของนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในฟอสซิลสิ่งมีชีวิตอายุ215 ล้านปีก่อนซึ่งเป็นช่วงกลางของยุคไทรแอกซิค (ยุคกำเนิดของสัตว์เลื้อยคลาน) ได้ช่วยสนับสนุนทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกที่เกิดขึ้นโดยหลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่จะมีในทุกๆช่วงเวลา 405,000 ปี อันเป็นผลมาจากระยะห่างของโลกกับดวงอาทิตย์ที่มีการเปลี่ยนไปส่งผลให้สภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงโดยในช่วงที่โลกมีวงโคจรที่ค่อนข้างกลมนั้น โลกจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดส่งผลให้มีสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ในขณะที่เมื่อโลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าปกติจะเกิดฝนตกมากและทำให้สภาพอากาศชุมชื้น ซึ่งตรงกับช่วงเวลาในการเปลี่ยนลักษณะวงโคจรของโลกพอดีนอกจากนั้นแล้วยังมีหลักฐานที่พบในชั้นหินโบราณที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก อันเป็นผลมาจากการกลับขั้วของสนามแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย

ความสำคัญในการค้นพบในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พบว่าวงโคจรของโลกเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจนมีความรีมากกว่าปกติ 5% แล้วกลับเป็นปกติเมื่อเวลาผ่านไปทุก 405,000 ปีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการศึกษาสิ่งมีชีวิตในอดีตอีกด้วย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสนามแม่เหล็กที่เกิดจากการเปลี่ยนของวงโคจร สามารถส่งผลต่อวิถีชีวิตและการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้

ที่มา http://www.sci-news.com/featurednews/venus-jupiter-earths-orbit-climate-05983.html
เรียบเรียงโดย @MrVop