ตอนนี้ก็คงรู้กันแล้วว่า นอกเหนือจากโลกเรา ในระบบสุริยะยังมีมหาสมุทรที่มีน้ำทะเลจริงๆแถมยังมีน้ำมากกว่าโลกเราอยู่อีกหลายแห่ง แต่ทั้งหมดกลับเป็นมหาสมุทรที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำแข็งของดวงจันทร์หรือดาวเคราะห์แคระที่ทั้งหนาวเย็นและห่างไกล ครั้นจะไปสำรวจก็ต้องติดหน้าคิดหลังให้ดีเพราะต้นทุนสูงอย่างมหาศาล  แม้ดวงจันทร์เอ็นเซลาดัสของดาวเสาร์จะส่งสัญญาณว่าผิวน่าจะบางกว่าและตรวจจับไฮโดรเจนผสมในน้ำพุที่พุ่งออกมาได้ก็ตาม แต่ดวงที่มีภาษีกว่าเพื่อนเพราะระยะทางใกล้โลกที่สุดก็หนีไม่พ้นดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัส

ช่วงที่ผ่านมาก็มีการระดมไอเดียและทดสอบวิธีการหลากหลายเช่นหัวเจาะแบบใช้ความร้อนเพื่อละลายผิวน้ำแข็งของยูโรปาลงไป แ่ต่เมื่อเร็วๆนี้ก็มีไอเดียใหม่ที่ต้นทุนถูกว่าเยอะ นั่นคือใช้การ “ฟัง” แทนการ “ดู”

วิธีการสำรวจยูโรปาแบบไม่ต้องเจาะ ก็คือเอาเครื่องวัดแผ่นดินไหวหรือ Seismometer มาใช้โครงการนี้มีชื่อเรียกว่า SESE (Seismometers for Exploring the Subsurface of Europa) ซึ่งอาศัยหลักการที่ว่าดวงจันทร์ยูโรปานั้นจะโคจรรอบดาวพฤหัส 1 รอบทุก 85 ชั่วโมง และแน่นอน ดวงจันทร์ที่โคจรในระยะใกล้แบบนี้ก็จะถูกแรงโน้มถวงมหาศาลของดาวพฤหัสบีบและคลายเปลือกของมันเป็นจังหวะ ซึ่งก็จะเกิดแรงสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว โดยมีแรงรบกวนจากดวงจันทร์ไอโอเข้ามาช่วยเสริมอีก จากที่นักวิทยาศาสตร์เคยอาศัยการตรวจจับคลื่อนแผ่นดินไหวของโลกเราเพื่อทราบส่วนประกอบภายในโครงสร้างโลกมาแล้วก็จะเอาศัยวิธีเดียวกันนี้กับยูโรปา ยิ่งมีความสั่นสะเทือนบ่อยก็ยิ่งดี ตัวเครื่องวัดแผ่นดินไหวที่ติดตั้งไปกับยานแลนเดอร์ที่ยึดแน่นด้วยขา 4 หรือ 6 ข้างบนผิวดวงจันทร์ก็จะจับความสั่นสะเทือนเหล่านี้ได้และส่งเป็นสัญญาณกลับมาให้นักแผ่นดินไหว (seismologist) วิเคราะห์ ผลที่ออกมาก็จะทำให้รู้ถึงขนาดและจำนวนชั้นของแก่นดาวรวมทั้งความหนาแน่นของมัน ความลึกของมหาสมุทรและลักษณะของน้ำในระดับความลึกต่างๆ รวมทั้งข้อมูลของเปลิอกดวงจันทร์และอื่นๆ

ปกติเครื่องวัดแผ่นดินไหวนั้นบอบบางมาก แต่ทีมงานกล่าวว่าการเดินทางไปยูโรปาอาจเจอความสั่นสะเทือนตั้งแต่จรวดออกจากโลกไปจนถึงตอนแลนดิ้งบนดวงจัทร์ ก็เลยเตรียมจะสร้างเจ้าเครื่องวัดแผ่นดินไหวแบบพิเศษตัวนี้ให้ทนทานมากๆ มีโครงสร้างห่อหุ้มชนิดที่เรียกว่าแม้โดนค้อนปอนด์ทุบก็ยังไม่เสียหาย และออกแบบให้มันสามารถวัดคลื่นจากหลายทิศทางอีกด้วย

ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะส่ง “หู” ไปก่อน เพราะถ้าข้อมูลมีมากพอ ขั้นตอนที่ตามไปในวันหน้าซึ่งคงหนีไม่พ้นการเจาะอยู่ดี ก็จะผิดพลาดน้อยลง

ที่มา https://asunow.asu.edu/20170509-discoveries-taking-pulse-ocean-world