ฟองความร้อนบนผิวดวงอาทิตย์หรือที่เราเรียกว่า “แกรนูล” นั้นพบได้ตามรูปถ่ายมากมาย แต่สำหรับดาวฤกษ์อื่นนั่น ลวดลายฟองความร้อนบนผิวดาวเป็นภาพที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นมาก่อน จวบจนทีมนักดาราศาสตร์จากหลายประเทศนำโดย Claudia Paladini  ใช้กล้องดูดาวขนาดใหญ่ของ ESO (หอดูดาวซีกฟ้าใต้ของยุโรป) ถ่ายภาพฟองความร้อนขนดใหญ่บนผิวดาวยักษ์แดง พาย-วัน กรูอิส ( π1 Gruis) ในกลุ่มดาวนกกระเรียนได้สำเร็จ

พาย-วัน กรูอิส ( π1 Gruis) เป็นดาวยักษ์แดงที่มีมวลพอๆกับดวงอาทิตย์เรา แต่มีขนาดใหญ่กว่าถึง 350 เท่า อยู่ห่างระบบสุริยะออกไปราว 530 ปีแสง ที่พิกัด RA 22h 22m 44.20571s DEC −45° 56′ 52.6115″ กลางกลุ่มดาวนกกระเรียนในซีกฟ้าใต้ การแยกรายละเอียดภาพโดยอุปกรณ์ PIONIER พบฟองความร้อนขนาดใหญ่บนผิวดาวนี้ แต่ละฟองมีขนาดกว้างประมาณ 120 ล้านกิโลเมตรหรือราว 1 ใน 4 ของผิวดาวตามภาพที่มองเห็น แต่ฟองเดียวก็ใหญ่เท่ากับระยะจากดวงอาทิตย์มาถึงดาวศุกร์  รายละเอียดพวกนี้ในดาวยักษ์แดงดวงอื่นมองเห็นได้ยากมากเนื่องจากมักมีกลุ่มของฝั่นปกคลุมอยู่โดยรอบ แต่สำหรับดาวยักษ์แดงพาย-วัน กรูอิส ( π1 Gruis) นี้ถือเป็นโชคดีที่กลุ่มฝุ่นอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากผิวดาว ทำให้ทีมนักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพที่หากยากนึ้ได้

เทียบกันแล้ว ฟองความร้อนหรือแกรนูลของดวงอาทิตย์เราเองมีจำนวนมากมายกว่าของ พาย-วัน กรูอิส ( π1 Gruis) หลายเท่านั่นคือมีราว 2 ล้านฟอง แต่ละฟองกลับมีขนาดเล็กกว่าแบบเทียบกันไม่ได้ คือมีขนาดเพียง 1,500 กิโลเมตร เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก พาย-วัน กรูอิส ( π1 Gruis)  เป็นดาวยักษ์แดง มีมวลเท่าดวงอาทิตย์แต่มีขนาดใหญ่โตกว่าหลายร้อยเท่าทำให้ความหนาแน่นต่ำแรงโน้มถ่วงต่ำ ฟองแกนนูลแต่ละฟองจึงขยายขนาดใหญ่โตถึง 1 ใน 4 ของดาว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal Nature ฉบับประจำสัปดาห์นี้

อ้างอิง https://www.sciencedaily.com/releases/2017/12/171220131710.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop