ชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มอยู่โลกอยู่นั้น จะมีองค์ประกอบของแก๊สที่เรียกว่าแก๊สเรือนกระจกซึ่งมีคุณสมบัติในการกักเก็บความร้อนส่วนหนึ่งจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้ผ่านออกสู่อวกาศ เพื่อทำให้โลกมีอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต และส่งผ่านรังสีความร้อนส่วนเกินกลับออกไป แต่ในปัจจุบันด้วยความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทำให้มนุษย์มีการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทีเป็นหนึ่งในแก๊สเรือนกระจกขึ้นไปในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาในโลกถูกกักเก็บเอาไว้มากจนเกินไป และเกิดเป็นภาวะเรือนกระจกขี้นมา

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในงาน Goldschmidt conference ที่เมือง Boston ได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เสนอแนวคิดที่จะสามารถลดปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ CO₂ ในอากาศได้ขึ้นมา โดยใช้คุณสมบัติของแร่อย่างแมกนิเซียมออกไซด์ (magnesium oxide หรือ MgO) ที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเข้าไปในโครงสร้างแล้วเปลี่ยนตัวมันให้กลายเป็นแมกนิไซด์ (magnesite หรือ MgCO₃) จากการคำนวนของนักวิทยาศาสตร์พบว่าจำนวนของแร่แมกนิไซด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้นเกิดจากการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศเข้าไปกว่าครึ่งตัน แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับการลดปัญหาเรือนกระจกเนื่องจากแร่แมกนิไซด์ในธรรมชาติมีอัตราการเกิดที่ช้าเกินไป ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงได้ออกแบบแนวคิดที่จะใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาจากพอลิเมอร์เข้าไปเพื่อช่วยเร่งอัตราการเกิดของแมกนีไซด์ (เร่งอัตราการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของแมกนิเซียมออกไซด์) ให้เกิดขึ้นได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 72 วันเท่านั้น

แนวคิดครั้งนี้ของนักวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการนำของที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถลดภาวะเรือนกระจกลงได้และมีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อโลกที่น่าอยู่ของเรา     

ที่มา phys.org

เอกสาร และเครดิตภาพ
เรียบเรียงโดย @MrVop