แค่คิดก็แปลกแล้ว ดวงอาทิตย์มีลักษณะ ร้อน-เย็น-ร้อน

ใจกลางดวงอาทิตย์ร้อนถึงเกือบ 15,000,000°C จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น แล้วค่อยๆลดความร้อนลง พอมาถึงผิว ความร้อนลดเหลือ 6,000°C จากนั้นก็มาถึงบรรยากาศ ซึ่งตามตรรกะ ความร้อนก็ควรจะลดลงต่อไปเรื่อยๆ แต่มันไม่เป็นแบบนั้น แรกๆก็ลดลงเหลือ 4,000°C แต่ยิ่งสูงขึ้นไปบนฟ้า ความร้อนกลับเพิ่มอีกครั้ง เมื่อสูงขึ้นไปจนถึงระยะโคโรนา ความร้อนตรงนั้นเพิ่มขึ้นมาถึง 1,000,000°C

กลายเป็นปัญหาที่คาใจกันมานาน ว่าอะไรคือแหล่งพลังงานที่ทำให้บรรยากาศดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะบริเวณไกลออกไปมากๆ กลับร้อนกว่าผิวดาว

กลุ่มนักวิจัยจากสถาบัน Centre de Physique Théorique (CNRS/École Polytechnique) และ GENCI ที่ IDRIS-CNRS ได้ใช้โมเดลคำนวนระบบพลังงานของดวงอาทิตย์และพบว่า ดวงอาทิตย์มีการส่งกระแสแม่เหล็กจากปฏิกิริยาการพาความร้อนใกล้ชั้นของผิวดาวด้านในให้พุ่งขึ้นไปในบรรยากาศคล้ายลำต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น กระแสแม่เหล็กเหล่านี้เหนี่ยวนำให้เกิดกระสไฟฟ้าและเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอนุภาคของพลาสมาจะก่อให้เกิดความร้อนขึ้น พูดให้ง่ายคือบรรยากาศชั้นบนในแถบโคโรนาของดวงอาทิตย์ ถูก “ต้ม” ให้ร้อนขึ้นมา คล้ายๆเตาแม่เหล็กไฟฟ้าในร้านสุกี้ ความร้อนที่เกิดจึงมีแหล่งที่มาจากแม่เหล็กนั่นเอง

พลาสมาที่ร้อนจะถูกแรงโน้มถ่วงดึงกลับลงมาที่ผิวดวงอาทิตย์พร้อมพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าบางส่วน ก่อให้เกิดการเสริมการเหนี่ยวรอบใหม่ทำให้พลาสมาด้านบนในชั้นโคโรนายังคงร้อนจัดไปอย่างนั้นตลอดไป

อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2015/06/150617091757.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop