E = mcไม่มีใครที่ไม่เคยเห็นสมการนี้ เนื่องจากสมการดังกล่าวถูกคิดค้นขึ้นโดยสุดยอดนักฟิสิกส์ของโลกผู้ล่วงลับ อัลเบิร์ตไอสไตน์ และเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตามาช้านาน ซึ่งสมการดังกล่าวบอกเราว่าสสาร (มวล) สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ และด้วยการศึกษาสมการดังกล่าวทำให้เราประสบความสำเร็จในการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์และเข้าใจสิ่งต่างๆในจักรวาลมากขึ้น แต่ในเมื่อสสารสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ในทางกลับกันเราก็น่าจะสามารถสร้างสสารขึ้นมาจากพลังงานได้เช่นเดียวกัน

ย้อนกลับไปในปี 1934 ได้มีนักวิทยาศาสตร์สองคนคือ Gregory Breitและ JohnWheeler ได้เสนอแนวคิดขึ้นมาว่าหากเราทำการยิงโฟตอน (แสง) จำนวนสองลำเข้าชนกันเราจะสามารถได้คู่อนุภาคอิเล็กตรอนและโพสิตรอนที่ถือว่าเป็นสสารออกมาโดยอาศัยทฤษฎีของพลศาสตร์ไฟฟ้าควอนตัม (Quantum Electrodynamics : QED) ซึ่งเป็นกลศาสตร์ควอนตัมที่ใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับอันตรกิริยาระหว่างอิเล็กตรอนและสนามแม่เหล็กไฟฟ้ามาอธิบาย แต่จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ทฤษฎีดังกล่าวได้ จนเมื่อในปี 2014 ที่ผ่านมาศาสตราจารย์ Steven Rose ได้พยายามที่จะทำการทดลองดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง โดยอาศัยแสงเลเซอร์พลังงานสูงสองลำ ลำแรกมีพลังงานมากกว่าแสงปกติ 1000 เท่า ส่วนอีกลำมีพลังงานมากกว่าถึง 1 ล้านเท่า โดย Rose ได้ทำการยิงลำแสงสองลำนี้เข้าชนกันภายในระบบสุญญากาศเพื่อที่จะสร้างคู่อนุภาคอิเล็กตรอนและโพสิตรอนขึ้นมา แต่การทดลองดังกล่าวก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ

ถ้าหากการทดลองดังกล่าวประสบผลสำเร็จจริง นั่นจะทำให้เราสามารถจำลองเหตุการณ์หลังเกิดการระเบิดครั้งใหญ่(บิ๊กแบง)ใน 100 วินาทีแรกที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้นมาได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นยังเป็นปริศนาอันดำมืดที่นักฟิสิกส์พยายามจะหาคำตอบมาตลอด และถ้าหากเราสามารถพิสูจน์แนวคิดของBreitและ Wheeler ขึ้นมาได้จริง ปริศนาที่ดำมืดก็จะถูกคลี่คลายในที่สุด

ที่มา http://www.iflscience.com/physics/ambitious-experiment-is-attempting-to-turn-light-into-matter/
เรียบเรียงโดย @MrVop