ใครๆก็พูดกันว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคของ The Internet of Things และบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายก็กำลังแย่งชิงกันเป็นใหญ่ในยุคใหม่นี้ ในสงครามแย่งชิงอาณาจักร์ IoT ก็เหมือนกับตลาดอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, อินเตอร์เน็ต, โมบายแอพ​ ฯลฯ ที่กำลังทหารคือนักพัฒนา (Developer) หรือที่ฝรั่งพูดว่า

“Developers are King Maker in Technology”

ยักษ์ใหญ่แค่ไหนหากนักพัฒนาไม่เล่นด้วย ก็ไม่มีวันครอบครองโลกได้ ดังนั้นศึกในการแย่งชิง Developer จึงเกิดขึ้น

กลุ่มแรกคือบรรดายักษ์ฝั่ง Cloud และ Network เช่น IBM, Cisco, Jasper หรือ Sierra Wireless พยายามบอกว่าตนเองเป็นผู้นำ โดยการสร้าง Infrastructur ในส่วนของ Connectivity และ Cloud Service ชักนำนักพัฒนาให้ใช้ service เหล่านี้ในการพัฒนาโครงการ IoT

IBM ดูเหมือนจะทุ่มเทเอามากในการชักนำให้นักพัฒนา IoT ใช้ Cloud platform ที่ชื่อว่า Blue Mix ของตนเอง

แต่ยักษ์ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งคือ Apple และ Google ซึ่งมีนักพัฒนาโมบายแอพอยู่ในอวย ก็พยายามผลักดันให้นักพัฒนาเข้าสู่โลกของ IoT ด้วยการสนับสนุนให้ทำโครงการโดยใช้ Home Automation และ Wearable เป็นศูนย์กลาง

Apple กับ Google จึงต้องแย่งชิงกันในการกำหนดมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ในสองด้านนี้มาก ซึ่งก็ส่งผลให้นักพัฒนาโมบายแอพส่วนใหญ่เริ่มเข้ามาพัฒนา IoT กันมากขึ้น จากการสำรวจของ Vision Mobile มีนักพัฒนาโมบายถึง 53% ที่เริ่มทำโครงการในด้าน IoT กันแล้ว แม้ว่าส่วนใหญ่ยังเป็นแค่งานทดลอง ยังไม่ใช่งานระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์

ยักษ์ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งคือยักษ์ด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งต้องพยายามดึงเอานักพัฒนาสายฮาร์ดแวร์อยู่กับตัว เช่น Raspberry Pi และ Arduino ซึ่งมีผลิตภัณฑ์พวกนี้ออกมามากมาย แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฮาร์ดแวร์ Opensource แต่ก็ต้องแย่งชิงนักพัฒนาให้ผูกติดกับระบบของตนเองให้ได้มากที่สุด

แรงผลักจากยักษ์ใหญ่ทั้งสามส่วนนี้ทำให้ความสนใจของนักพัฒนาที่มีต่อ The Internet of Things เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดนี้ก็คาดการณ์กันว่ามีความต้องการสูงมาก จากการประมาณของ Vision Mobile ความต้องการนักพัฒนาจะเพิ่มขึ้นไปราว 4 เท่าของจำนวนนักพัฒนาตอนนี้ เมื่อถึงปี 2020

 

ซึ่งก็ต้องไม่ลืมว่า นักพัฒนานั้นมีทั้งหมด 3 สายดังที่เล่ามา การจะทำโครงการ The Internet of Things จำเป็นต้องมีนักพัฒนาที่ชำนาญถึงสามด้าน นั่นคือ Mobile, Cloud และ Electronics

ดังนั้นการเกิดขึ้นของแหล่งรวมนักพัฒนาหลากหลายจึงเริ่มเกิดขึ้นและมีความจำเป็น เพราะการหาบุคคลกรจะยากขึ้นจากเดิมหลายเท่า

ใครอยากรวมกลุ่มกัน เชิญที่ Chiang Mai Maker Club นะครับ (พื้นที่โฆษณา)
https://www.facebook.com/groups/ChiangMaiMakerClub/