กลุ่มนักฟิสิกส์ที่กำลังศึกษาแผ่นดินไหวขนาดเล็กแบบที่เกิดถี่ๆหรือที่เรียกว่าแบบ swarm ซึ่งมักจะเกิดจากการเคลื่อนตัวของหินเหลวหนืดหรือแมกมาใต้เปลือกโลก ขณะตั้งทีมสังเกตกราฟแผ่นดินไหวของภูเขาไฟ Hekla ทางใต้ของประเทศไอซแลนด์ ได้ตรวจพบกลุ่มเส้นกราฟที่แปลกกว่าที่เคยเห็น เมื่อทีมได้ตรวจสอบโดยละเอียดก็พบว่าแรงสั่นสะเทือนที่ปรากฏขึ้นมานั้นไม่ได้มาจากใต้ผิวโลก แต่มาจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินผ่านไปด้านบน แรงสั่นสะเทือนนี้มีลักษณะเป็นพัลส์ซึ่งมาจากการหมุนของโรเตอร์หลักที่ใช้ขับเคลื่อนใบพัด เมื่อทีมงานได้ทดสอบการตรวจจับคลื่นหลายๆครั้งก็พบว่า เครื่อง seismometer ที่ปกติใช้วัดแรงสะเทือนของแผ่นดินไหวนั้นสามารถใช้ตรวจจับแรงสะเทือนจากพัลซ์ของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ไกลได้ถึง 40 กิโลเมตร (แปรผันตามภูมิประเทศและลม)

เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ทีมงานได้ทดลองเรื่องนี้ซ้ำหลายครั้ง และทดสอบโดยใช้เครือข่ายเครื่อง seismometer มากถึง 7 เครื่อง และก็ได้พบแนวคิดเมื่อมีตัวตรวจแรงสะเทือนหลายตัวส่งข้อมูลหากัน ความถี่ของคลื่นที่รับได้ทำให้บอกได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นกำลังบินไปทางไหน  ตำแหน่งล่าสุดเวลานี้อยู่ที่ไหน บินที่ความสูงและใช้ความเร็วเท่าไร เรียกว่าวัดออกมาเป็นสามมิติเลยทีเดียว และจากความถี่ของการหมุนของโรเตอร์นั้นผู้เชี่ยวชาญอาจบอกถึงรุ่นของเฮลิคอปเตอร์ได้โดยคร่าวๆเลยทีเดียว ซึ่งอาจนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านอื่นได้แม้กระทั่งตรวจจับสิ่งบินที่แตกต่างออกไปเช่นโดรน เป็นต้น

การค้นพบนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร  Geophysical Journal International.

http://www.sciencemag.org/news/2017/04/earthquake-detectors-can-pick-helicopters-too
เรียบเรียงโดย @MrVop